Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตรจำเลยถูกตำรวจจับข้อหาขับรถจักรยานยนต์ไม่มีใบขับขี่ไม่เสียภาษีขับรถเป็นที่น่าหวาดเสียว และรถถูกยึดไปไว้ที่สถานีตำรวจ จำเลยไปติดต่อกับโจทก์ซึ่งเป็นสารวัตรจราจร เพื่อขอรับรถคืน โจทก์เป็นเจ้าพนักงานที่จะต้องปฏิบัติการตามหน้าที่เกี่ยวกับคดีที่บุตรจำเลยต้องหา แทนที่จะพูดให้จำเลยเข้าใจ กลับพูดแรงไป การที่จำเลยส่งข้อความไปลงหนังสือพิมพ์ถึงอธิบดีกรมตำรวจซึ่งเป็นเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ มีใจความเป็นการแสดงความเสียใจน้อยใจของจำเลย และขอร้องให้ผู้ใหญ่ในกรมตำรวจสอดส่องตักเตือนตำรวจให้พูดจาแนะนำประชาชนในสิ่งที่ประชาชนไม่รู้อย่างสุภาพ เพื่อให้ตำรวจเข้ากับประชาชนได้ จึงเป็นการติชมโจทก์ด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้ และจำเลยลงข้อความนั้นโดยสุจริตตามเรื่องที่เกิดแก่จำเลย กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับราชการตำแหน่งสารวัตรจราจร สถานีตำรวจนครบาลบางเขน จำเลยที่ 1 เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวันตะวันสยาม จำเลยที่ 2เป็นผู้เขียนและควบคุมบทความประจำหนังสือพิมพ์ จำเลยที่ 3 เป็นผู้เขียนข้อความลงในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว โดยจำเลยทั้งสามสมคบกันใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยประการที่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังโดยกระทำการโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันตะวันสยาม โดยลงข้อความใส่ความโจทก์ที่ไม่เป็นความจริง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328, 136, 83, 91 ประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 41 ข้อ 3, 7, 8 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธก่อนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การ โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยเขียนข้อความไปลงในหนังสือพิมพ์เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ไม่ใช่เป็นการติชมโจทก์ด้วยความเป็นธรรมดังวินิจฉัยเช่นจำเลยย่อมกระทำได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 แต่อย่างใดศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาจำต้องมีข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าบุตรชายของจำเลยที่ 3 ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับข้อหาขับรถจักรยานยนต์ไม่มีใบขับขี่

ไม่เสียภาษี ขับรถเป็นที่น่าหวาดเสียวน่าเกิดอันตรายแก่กายตนเองและผู้อื่น รถจักรยานยนต์ถูกยึดไปไว้ที่สถานีตำรวจ จำเลยที่ 3 ไปติดต่อกับโจทก์เพื่อขอรับรถคืนและได้เกิดความเข้าใจผิดกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 โจทก์พูดแรงไปบ้างกับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงส่งข้อความไปลงหนังสือพิมพ์ตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานที่จะต้องปฏิบัติการตามหน้าที่เกี่ยวกับคดีที่บุตรชายของจำเลยที่ 3 ต้องหา เมื่อจำเลยที่ 3ไปติดต่อกับโจทก์ แทนที่โจทก์จะพูดให้จำเลยที่ 3 เข้าใจ โจทก์กลับพูดแรงไปบ้างกับจำเลยที่ 3 ดังนี้ จำเลยที่ 3 ย่อมจะลงข้อความตามเอกสารหมาย จ.1 ถึงอธิบดีกรมตำรวจ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ เพื่อความชอบธรรมเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ที่ไปติดต่อกับโจทก์ได้ฟังข้อความที่ลงในเอกสารดังกล่าวก็มีใจความเป็นการแสดงความเสียใจ

น้อยใจของจำเลย และขอร้องให้ผู้ใหญ่ในกรมตำรวจสอดส่องตักเตือนเจ้าพนักงานตำรวจให้พูดจาแนะนำประชาชนในสิ่งที่ประชาชนไม่รู้อย่างสุภาพ เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจเข้ากับประชาชนได้ ซึ่งเป็นการติชมโจทก์ด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนที่จะกระทำเช่นนั้น และจำเลยที่ 3 ลงข้อความนั้นโดยสุจริตตามเรื่องที่เกิดแก่จำเลยที่ 3 กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้