Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยสืบพยานของตนในประเด็นที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนมาจนแถลงหมดพยานแล้วการที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าให้ศาลแรงงานกลางทำการพิจารณาในประเด็นดังกล่าวและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจึงหมายถึงให้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์จำเลยที่นำสืบกันมาแล้วในสำนวนแล้วพิพากษาใหม่เท่านั้น ที่ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยเสียเองเพราะเป็นกรณีต้องฟังข้อเท็จจริงอยู่ด้วยซึ่งศาลฎีกาจะวินิจฉัยเสียเองมิได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 56 วรรคสอง หาได้แสดงว่าศาลฎีกาประสงค์ให้สืบพยานเพิ่มเติมอีกไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำทำหน้าที่ผู้จัดการอู่ซ่อม ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 9,550 บาทและค่าชดเชย 66,850 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยเสียหายฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยซึ่งเป็นกรณีร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่การงาน ยุยงส่งเสริมให้พนักงานอื่นผละงาน จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ปล่อยรถไปโดยไม่เก็บค่าซ่อมบริการก่อนเป็นการใช้ดุลพินิจของโจทก์ ไม่ใช่การฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือประมาทเลินเล่อ

ถ้าจะฟังว่าโจทก์ปล่อยรถผิดพลาดไปบ้างก็เป็นการใช้ดุลพินิจผิดพลาดหาใช่เป็นการประมาทเลินเล่อไม่ ส่วนเหตุอื่นที่จำเลยยกขึ้นอ้างไม่ใช่สาเหตุในขณะเลิกจ้างจึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 66,850 บาทจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ถ้าโจทก์ใช้ดุลพินิจปล่อยรถโดยไม่เก็บค่าซ่อมบริการก่อนโดยชอบด้วยเหตุผล การใช้ดุลพินิจของโจทก์ก็ไม่ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่อ แต่ถ้าใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยเหตุผลก็อาจเป็นประมาทเลินเล่อได้ การที่ศาลแรงงานไม่วินิจฉัยว่าโจทก์ใช้ดุลพินิจชอบหรือไม่ จึงยังไม่ชอบ พิพากษาแก้เป็นให้ยกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางในส่วนที่เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า

การกระทำของโจทก์เป็นการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่ให้ทำการพิจารณาในประเด็นข้อนี้ต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟัง และมีคำสั่งว่า คดีนี้ได้สืบพยานไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงให้นัดฟังคำพิพากษาเพิ่มเติมแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ประมาทเลินเล่อ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าเป็นเงิน 66,850 บาทจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์จำเลยได้สืบพยานหลักฐานของตนในประเด็นที่ว่าโจทก์ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่จนต่างแถลงว่าหมดพยานแล้ว

ไม่มีเหตุที่จะให้คู่ความสืบพยานต่อไปอีก การที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาในประเด็นดังกล่าวและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จึงหมายถึงให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพยานหลักฐานโจทก์จำเลยที่นำสืบมาแล้วในสำนวนแล้วพิพากษาใหม่เท่านั้น การที่ศาลฎีกาพิพากษาให้ย้อนสำนวนโดยไม่วินิจฉัยเสียเองเพราะเป็นกรณีต้องฟังข้อเท็จจริงอยู่ด้วย ซึ่งศาลฎีกาจะวินิจฉัยเสียเองมิได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 56 วรรคสอง หาได้แสดงว่าศาลฎีกาประสงค์ให้สืบพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกดังจำเลยอ้างไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า คดีได้สืบพยานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงให้นัดฟังคำพิพากษาโดยมิได้สืบพยานต่อไปอีกจึงถูกต้องตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2563

ฎีกาของจำเลยมีลักษณะเป็นการโต้แย้งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้