Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นขอแก้ไขคำให้การ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหลังจากมีคำสั่งแล้วโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา226 ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยอีก ผู้กู้อนุญาตให้ผู้ให้กู้อยู่อาศัยในบ้านพิพาทและทำสัญญามอบโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ถ้าผู้กู้ผิดนัดผู้ให้กู้มีสิทธินำโฉนดไปจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ตามใบมอบอำนาจที่ให้ไว้ด้วยแม้ผู้ให้กู้จะไม่มีสิทธิยึดหน่วงดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241 เพราะหนี้เงินกู้ไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์พิพาทแต่เมื่อข้อตกลงตามสัญญากู้ระบุให้ผู้ให้กู้มีสิทธิยึดทรัพย์พิพาทไว้เป็นประกันจนกว่าผู้กู้จะชำระหนี้เป็นข้อตกลงที่คู่สัญญาสมัครใจทำกันไว้ ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนย่อมมีผลบังคับผู้ให้กู้มีสิทธิยึดถือทรัพย์ที่นำมาประกันไว้และอยู่ในบ้านพิพาทจนกว่าผู้กู้จะชำระหนี้ตามสัญญา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านของบิดาโจทก์ ต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่ความตายโจทก์เป็นทายาทและผู้จัดการมรดก ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไปจึงแจ้งให้จำเลยออกไปจำเลยไม่ยอมออก ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การรว่า จำเลยอยู่ในบ้านพิพาทในฐานะหัวหน้าครอบครัวนายเฉิดบิดาโจทก์กู้เงินจำเลยโดยทำสัญญากู้และมอบโฉนดที่ดินพร้อมบ้านพิพาทที่ตั้งอยู่ให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกัน ครบกำหนดชำระหนี้แล้ว นายเฉิดถึงแก่กรรมโดยยังไม่ได้ชำระหนี้ จำเลยจึงยึดหน่วงที่ดินและบ้านพิพาทไว้จนกว่าจะได้ชำระหนี้จำเลยกับนายเฉิดเป็นสามีภริยากัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ออกเงินร่วมกันซื้อที่ดินและบ้านพิพาท จึงเป็นเจ้าของร่วมกัน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านพิพาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกมีว่าการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การชอบหรือไม่

จำเลยให้การต่อสู้ในประเด็นสำคัญว่า บิดาโจทก์ยืมเงินจำเลยมีหลักฐานเป็นหนังสือ และได้นำบ้านและที่ดินพิพาทให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันหนี้รายนี้ ในวันนี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นประเด็นในข้อ 3 ว่า "จำเลยครอบครองบ้านพิพาทโดยมีสิทธิยึดหน่วงหรือไม่" ต่อมาจำเลยขอแก้ไขคำให้การเพิ่มข้อต่อสู้เข้ามาอีกข้อหนึ่งว่า "จำเลยได้ออกเงินซื้อที่ดินและบ้านพิพาทร่วมกับนายเฉิด สายันตนะ จึงมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์พิพาท โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย" เห็นว่าจำเลยยื่นขอแก้ไขคำให้การเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2525ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนาให้โจทก์ และเพิ่งมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2526 ซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา

หลังจากมีคำสั่งแล้ว โจทก์ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบ ข้อความที่ขอแก้ไขก็รวมอยู่ในประเด็นข้อ 3 ที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ว่าจำเลยครอบครองบ้านพิพาทโดยมีสิทธยึดหน่วงหรือไม่ จึงต้องถือว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยอีกปัญหาต่อไปที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยมีสิทธิยึดถือที่ดินและบ้านพิพาทไว้เพียงใดหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะไม่มีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์พิพาทดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241 เพราะหนี้เงินกู้ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์พิพาท แต่เมื่อข้อตกลงตามสัญญากู้เอกสารหมาย ล.3 ข้อ 2 ข้อ 3 ระบุให้จำเลยมีสิทธิยึดทรัพย์พิพาทไว้เป็นประกันได้จนกว่านายเฉิดผู้กู้จะชำระหนี้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว เป็นข้อตกลงที่คู่สัญญาสมัครใจทำกันไว้เอง ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ย่อมมีผลบังคับ และผู้ให้กู้มีสิทธิยึดถือทรัพย์ที่นำมาประกันไว้ได้จนกว่าผู้กู้จะปฏิบัติตามสัญญาคือชำระหนี้ก่อน ซึ่งเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นตามข้อสัญญา

ไม่ใช่สิทธิที่เกิดจากผลแห่งกฎหมายตามมาตรา 241 ที่อ้างถึง โจทก์ผู้เป็นทายาทและผู้จัดการมรดกย่อมต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของเจ้ามรดก จำเลยจึงมีสิทธอันชอบธรรมที่จะอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาทจนกว่าโจทก์จะชำระหนี้ตามข้อตกลงในเอกสารหมาย ล.3 ฉะนั้นโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ บุญเลี้ยง · เสนอ ศรนิยม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2968/2537

หลังจากศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นตั้งประเด็นเพิ่มเติมจากประเด็นที่กำหนดไว้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าประเด็นที่โจทก์ขอเพิ่มเติมรวมอยู่ในประเด็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6664/2556

แม้จำเลยในฐานะผู้ให้กู้ยืมจะไม่มีสิทธิยึดหน่วงโฉนดที่ดินไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 241 เพราะหนี้เงินกู้ไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์พิพาท แต่เมื่อข้อตกลงตามสัญญากู้ระบุให้ผู้ให้กู้มีสิทธิยึดทรัพย์พิพาทไว้เป็นประกันจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 806/2554

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่เพิกถอนคำสั่งเดิมที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ มีผลเท่ากับเป็นคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ถือว่าเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความซึ่งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5866/2545

ศาลมีคำสั่งให้ ศ. เป็นคู่ความแทนจำเลย ศ. ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวอ้างว่าส่งหมายเรียกให้แก่ตนไม่ชอบ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาและมิได้เป็นคำสั่งที่ไม่รับหรือคืนคำคู่ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318/2543

เมื่อ ป. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินแปลงพิพาทย่อมมีสิทธินำโฉนดที่ดินไปให้จำเลยยึดถือเพื่อเป็นหลักประกันในการที่ ป. กู้ยืมเงินจากจำเลยได้ แม้ว่าโจทก์และทายาทอื่น ๆ ผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับ ป. ในที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้