Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17167/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถถือเป็นผู้หนึ่งที่เป็นเจ้าของรถตามความหมายของมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 นอกจากนี้ผู้มีสิทธิครอบครองรถก็ถือว่าเป็นเจ้าของรถด้วยซึ่งหาได้จำกัดเฉพาะแต่ผู้มีสิทธิครอบครองรถตามสัญญาเช่าซื้อเพียงอย่างดียวไม่ แต่ผู้เป็นเจ้าของรถที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยนั้นต้องเป็นเจ้าของรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ หากเป็นเจ้าของรถแต่ไม่ได้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ ก็ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 7 ที่จะต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย คดีนี้จำเลยขายรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุให้ พ. ตามสัญญาซื้อขายแบบมีเงื่อนไขบังคับโดยมีข้อสัญญาว่ากรรมสิทธิ์ในรถจะโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อผู้ซื้อผ่อนชำระราคาครบถ้วน และจำเลยมอบรถให้ พ. ไปครอบครองเป็นผู้ใช้แล้ว พ. ย่อมเป็นผู้มีสิทธิครอบครองรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย หาใช่จำเลยผู้ขายซึ่งมิได้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น จำเลยมิใช่ผู้มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย จึงไม่ต้องชำระเงินค่าเสียหายเบื้องต้นแก่กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 4 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 7

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 4, 7, 23, 26, 44

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 4, 7, 23, 26, 44 ปรับ 10,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทฮอนด้าสนามจันทร์ จำกัด จังหวัดนครปฐม ประกอบธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ทั้งเงินสดและเงินผ่อน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2546 นายพลอยซื้อรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กมบ นครปฐม 709 ไปจากจำเลย ตามสัญญาซื้อขายแบบมีเงื่อนไขบังคับ โดยมีข้อสัญญาว่ากรรมสิทธิ์ในรถจะโอนไปยังผู้ซื้อเมื่อผู้ซื้อผ่อนชำระราคาครบถ้วนแล้ว ระหว่างผ่อนชำระนายพลอยขับรถจักรยานยนต์คันที่ซื้อไปประสบอุบัติเหตุชนกับรถจักรยานสามล้อโดยรถจักรยานยนต์มีนายพรชัย นั่งซ้อนท้ายไปด้วย เป็นเหตุให้นายพรชัยถึงแก่ความตาย ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2547 นางเมตตา

ภริยานายพรชัยยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยต่อสำนักงานประกันภัยจังหวัดสุพรรณบุรี นายเผด็จ หัวหน้าสำนักงานประกันภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ตรวจสอบแล้ว พบว่ารถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุที่นายพลอยขับมีจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และไม่มีข้อมูลการทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535นายเผด็จจึงมีหนงสือแจ้งให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้นางเมตตาเป็นเงิน 30,000 บาท แต่จำเลยไม่จ่าย ทางสำนักงานประกันภัยจังหวัดสุพรรณบุรี จึงขออนุมัติจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่นางเมตตา และต่อมามีกฎกระทรวงให้สิทธิแก่ผู้ประสบภัยที่เกิดจากการเสียชีวิตมีสิทธิได้รับค่าปลงศพซึ่งมีผลย้อนหลังไปถึงรายนายพรชัยด้วย

สำนักงานประกันภัยจังหวัดสุพรรณบุรีจึงจ่ายค่าปลงศพให้นางเมตตาอีก 20,000 บาท แล้วมีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าปลงศพรวม 50,000 บาท กับเงินเพิ่มร้อยละ 20 อีก 10,000 บาท มาชำระแก่สำนักงานประกันภัยจังหวัดสุพรรณบุรี จำเลยได้รับหนังสือแล้ว ปฏิเสธที่จะชำระโดยอ้างว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ นายเผด็จเห็นว่าตนในฐานะนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยตามมาตรา 26 และ 44 ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงิน 60,000 บาท มาชำระคืนกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยและชำระค่าปรับแต่จำเลยเพิกเฉย สำนักงานประกันภัยจังหวัดสุพรรณบุรีจึงแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ เรื่องนำค่าเสียหายเบื้องต้นพร้อมเงินเพิ่มมาชำระ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการเดียวว่า จำเลยซึ่งยังมีกรรมสิทธิ์ในรถจักรยานยนต์คันที่นายพลอยซื้อไป มีหน้าที่ต้องทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ หรือไม่ เห็นว่า ผู้ที่มีหน้าที่ต้องทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ มีบัญญัติไว้ในมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวว่า "...เจ้าของรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย..." โดยมีมาตรา 4 ให้คำจำกัดความของคำว่า "เจ้าของรถ" หมายความว่า ผู้ซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในรถหรือผู้มีสิทธิครอบครองรถตามสัญญาเช่าซื้อ..." แสดงว่า ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถก็ถือเป็นผู้หนึ่งที่เป็นเจ้าของรถตามความหมายของมาตรา 4 แต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถจะมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยตามมาตรา 7 หรือไม่

ต้องพิจารณาต่อไปว่าผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถนั้นเป็นผู้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้หรือไม่ หากมีเพียงกรรมสิทธิ์ในรถแต่มิได้เป็นผู้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของมาตรา 7 ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถนั้นก็ไม่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยตามมาตราดังกล่าว นอกจากผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถแล้ว ผู้มีสิทธิครอบครองรถตามสัญญาเช่าซื้อก็ถือเป็นเจ้าของรถตามมาตรา 4 ด้วยประการหนึ่ง ปัญหามีว่า ผู้มีสิทธิครอบครองรถที่ถือว่าเป็นเจ้าของรถนั้นจำกัดเฉพาะแต่ผู้มีสิทธิครอบครองรถตามสัญญาเช่าซื้อเท่านั้นหรือไม่ เห็นว่า จากถ้อยคำตามมาตรา 7 เจ้าของรถที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยนั้นต้องเป็นเจ้าของรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้

หากเป็นเจ้าของรถแต่ไม่ได้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ก็ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 7 ที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยการใช้รถหรือการมีรถไว้เพื่อใช้จึงเป็นสาระสำคัญของความเป็นเจ้าของรถซึ่งรวมถึงผู้มีสิทธิครอบครองรถด้วย หากเป็นผู้มีสิทธิครอบครองรถแต่ไม่ได้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ ก็ย่อมไม่อยู่ในข้อบังคับแห่งมาตรา 7 ที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย แสดงว่าการใช้รถหรือการมีรถไว้เพื่อใช้สำคัญกว่าชนิดของสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิครอบครองในรถนั้น ผู้มีสิทธิครอบครองในรถที่ถือเป็นเจ้าของรถตามความในมาตรา 4 และต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยตามมาตรา 7 จึงหาได้จำกัดเฉพาะแต่ผู้มีสิทธิครอบครองรถตามสัญญาเช่าซื้อเพียงอย่างเดียวไม่

คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ขายรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุให้นายพลอยและมอบรถให้นายพลอยไปครอบครองเป็นผู้ใช้แล้ว นายพลอยย่อมเป็นผู้มีสิทธิครอบครองรถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ตามความในมาตรา 7 ที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย หาใช่จำเลยผู้ขายซึ่งมิได้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่า จำเลยมิใช่ผู้มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย จึงไม่ต้องชำระเงินค่าเสียหายเบื้องต้นแก่กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยและไม่มีความผิดตามฟ้องโดยเห็นว่าสัญญาที่นายพลอยทำกับจำเลยเป็นสัญญาซื้อขายแบบมีเงื่อนไข ศาลฎีกาจึงเห็นด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศล พิรุณ · วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล · ปิ่น ศรีเมือง
ศาลล่าง
ศาลแขวงสุพรรณบุรี - นายสุเทพ บุญตามสนธิ
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.7125/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1379/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ477/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3433/2546

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อ แม้จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถก็ตาม แต่ไม่ได้เป็นผู้ใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ คงมีรถไว้เพื่อให้เช่าซื้อเท่านั้น จำเลยที่ 2 จึงไม่จำต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2568

สำเนาตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของบริษัทประกันภัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิตไว้ 500,000 บาท โดยกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้ 35,000 บาท ซึ่งตาม พ.ร.บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4459/2565

จำเลยประกอบธุรกิจในการทำตลาดสินค้าหรือบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยการสื่อสารข้อมูลบนแพลตฟอร์มในเว็บไซต์ของจำเลย เพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการของจำเลยและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงรายอื่นโดยตรงต่อบุคคล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4478/2565

กรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถสำหรับรถบรรทุกคันเกิดเหตุส่วนหัวลากและส่วนพ่วงกําหนดให้จำเลยร่วมที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัย 300,000 บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิต ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10260/2558

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 4 กำหนดให้ค่ารักษาพยาบาลเป็นค่าเสียหายเบื้องต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. ดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 25 วรรคสอง และเมื่อบริษัทรับประก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้