Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2536แต่เนื่องจากฎีกาของจำเลยยังมีข้อบกพร่องอยู่ เนื่องด้วยได้พิมพ์ข้อความบางส่วนตกหล่น จึงขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาของจำเลยในหน้า 9บรรทัดที่ 7 ต่อจากคำว่า "น่าจะฟังเหตุผลข้อเท็จจริงประกอบกันด้วย"โดยขอเพิ่มเติมข้อความดังต่อไปนี้"ซึ่งศาลฎีกาก็ยังได้วางแนวฎีกาโดยวินิจฉัยว่า การแจ้งการ ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ (สค.1)หาใช่เป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าผู้แจ้งการครอบครองเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินเสมอไปไม่ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2514การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีหลักฐาน สค.1 และมีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ จึงยังไม่ถูกต้อง ซึ่งที่ดินพิพาทจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำกินมาจริง ๆ จึงน่าที่จะฟังได้ว่าเป็นผู้มีสิทธิที่ดินพิพาทนี้ และศาลฎีกาก็ยังได้วางแนววินิจฉัยไว้แล้วตามฎีกาที่ 1295/2510 ว่าแม้ไม่ได้แจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ ก็ไม่ทำให้การครอบครองเสียไป" นอกจากที่ขอแก้ไขนี้แล้งคงเป็นไปตามฎีกาของจำเลยทุกประการโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา (อันดับ 159)จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 161)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าข้อที่จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกานั้นเกี่ยวข้องกับฟ้องฎีกาเดิมและโจทก์ไม่คัดค้าน จึงอนุญาต

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 708/2537นางอำนวยหรือชะนวย มั่นคงโจทก์นางมณี มั่นคงจำเลยนางมณี มั่นคง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 179, ม. 247ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2536แต่เนื่องจากฎีกาของจำเลยยังมีข้อบกพร่องอยู่ เนื่องด้วยได้พิมพ์ข้อความบางส่วนตกหล่น จึงขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาของจำเลยในหน้า 9บรรทัดที่ 7 ต่อจากคำว่า "น่าจะฟังเหตุผลข้อเท็จจริงประกอบกันด้วย"โดยขอเพิ่มเติมข้อความดังต่อไปนี้"ซึ่งศาลฎีกาก็ยังได้วางแนวฎีกาโดยวินิจฉัยว่า การแจ้งการ ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ (สค.1)หาใช่เป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าผู้แจ้งการครอบครองเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินเสมอไปไม่ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2514การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

โจทก์มีหลักฐาน สค.1 และมีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ จึงยังไม่ถูกต้อง ซึ่งที่ดินพิพาทจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำกินมาจริง ๆ จึงน่าที่จะฟังได้ว่าเป็นผู้มีสิทธิที่ดินพิพาทนี้ และศาลฎีกาก็ยังได้วางแนววินิจฉัยไว้แล้วตามฎีกาที่ 1295/2510 ว่าแม้ไม่ได้แจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ ก็ไม่ทำให้การครอบครองเสียไป" นอกจากที่ขอแก้ไขนี้แล้งคงเป็นไปตามฎีกาของจำเลยทุกประการโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา (อันดับ 159)จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 161)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าข้อที่จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกานั้นเกี่ยวข้องกับฟ้องฎีกาเดิมและโจทก์ไม่คัดค้าน จึงอนุญาต

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4969/2540

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย อันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตาม ป.วิ.พ.มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3844/2535

โจทก์ฟ้องบริษัทร.จำกัด เป็นจำเลยที่ 3 ในคดีนี้มาตั้งแต่แรกโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคล แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องบุคคลธรรมดาเป็นจำเลยที่ 3 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61848)

ความว่า โจทก์ได้ยื่นฎีกาไว้ แต่เนื่องจากฎีกาโจทก์ยังบกพร่องอยู่เพราะพิมพ์ผิดพลาดไปจึงขอแก้ไขฎีการายละเอียดปรากฎในคำร้อง ขอได้โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยส่งมอบตึก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2530

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความ แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันมีคำสั่งโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61056)

ความว่า คดีนี้ จำเลยฎีกา บัดนี้จำเลยไม่ประสงค์ที่จะฎีกาจึงขอถอนฎีกาของจำเลย โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงข้างคำร้องว่า รับสำเนาแล้ว ไม่คัดค้าน(อันดับ 49)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้