Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 172/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุเลิกจ้างที่ นายจ้าง อ้างว่าลูกจ้างลากิจ ลาป่วยเป็นจำนวนมากมิใช่เหตุจำเป็นนอกเหนือจากข้อยกเว้น 5 ประการ ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123ลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานขาดสมรรถภาพในการทำงานเพราะลากิจ ลาป่วยหรือขาดงานบ่อย ๆ นายจ้างจะต้องหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขด้วยหลักการบริหารงานบุคคลหรือตักเตือนให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน หาก่อให้เกิดสิทธิแก่นายจ้างที่จะเลิกจ้างลูกจ้างนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518มาตรา 123(1) ถึง (5) ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ 9 เป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2532 โจทก์ได้เลิกจ้างจำเลยที่ 9ฐานหย่อนสมรรถภาพและขาดความรับผิดชอบในการทำงาน เพราะลาป่วยและหยุดงานบ่อย โจทก์เคยเรียกจำเลยที่ 9 มาตักเตือนด้วยวาจาหลายครั้ง และได้ออกคำเตือนเป็นหนังสือลงวันที่ 27 เมษายน 2532จำเลยที่ 9 เพิกเฉย การกระทำของจำเลยที่ 9 ส่อเจตนาในการขาดความรับผิดชอบและจงใจจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 9 ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าการเลิกจ้างเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 มีคำสั่งที่ 35/2532ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 ว่าการเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 38,500 บาทแก่จำเลยที่ 9 คำสั่งดังกล่าวไม่ชอบและไม่ระบุว่าจำเลยที่ 9เสียหายอย่างไร

ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวศาลแรงงานมีคำสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ 9จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ให้การว่า โจทก์ได้เลิกจ้างจำเลยที่ 9ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ อ้างว่าจำเลยที่ 9 ลากิจลาป่วยมาก การเลิกจ้างเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123คำสั่งดังกล่าวจึงชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องวันนัดพิจารณา โจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 9เป็นกรรมการสหภาพแรงงานไทยซัมมิทโอโตพาร์ท โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 9 ขณะมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับสหภาพแรงงานไทยซัมมิทโอโตพาร์ทใช้บังคับ จำเลยที่ 9 ลากิจลาป่วยเป็นจำนวนมากตามที่ระบุในคำสั่งเลิกจ้าง แต่การลาจำเลยที่ 9ยื่นใบลาถูกต้องตามระเบียบและโจทก์อนุมัติใบลาทุกครั้งศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 9 ในขณะข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใช้บังคับอ้างเหตุว่าลากิจและลาป่วยมาก แต่การลาดังกล่าวได้รับอนุญาตจากโจทก์ทุกครั้ง โจทก์จึงเลิกจ้างโดยจำเลยที่ 9 ไม่ได้กระทำผิด จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123ค่าเสียหายที่กำหนดให้โจทก์จ่ายแก่จำเลยที่ 9 เหมาะสมแล้วไม่มีเหตุจะเพิกถอนคำสั่งที่ 35/2532

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เหตุเลิกจ้างที่โจทก์อ้างมิใช่เหตุจำเป็นนอกเหนือจากข้อยกเว้น 5 ประการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 การที่จำเลยที่ 9 ขาดสมรรถภาพในการทำงานเพราะลากิจลาป่วยหรือขาดงานบ่อยนั้น โจทก์ผู้เป็นนายจ้างจะต้องหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขด้วยหลักการบริหารงานบุคคลหรือดำเนินการตักเตือนให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน หาก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะเลิกจ้างลูกจ้างนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 123(1) ถึง (5) ไม่พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 267198)

ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงในปัญหาข้อนี้ว่า เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2543 ลูกจ้างโจทก์ 250 คน ถึง 300 คน รวมทั้งจำเลยร่วมทั้งหมดได้ชุมนุมกันหน้าบริษัทโจทก์โดยไม่เข้าทำงานเพราะไม่พอใจที่โจทก์จะงดจ่ายเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2533

เดิมโจทก์มีคำสั่งให้ลูกจ้างกะเช้าหยุดรับประทานอาหาร ตั้งแต่เวลา 9.00-10.30 นาฬิกา โดยไม่ได้กำหนดว่าลูกจ้างคนใดจะต้องหยุดรับประทานอาหารในเวลาใด ต่อมาโจทก์ได้กำหนดเวลารับประทานอาหารแก่ลูกจ้างเป็นกลุ่ม ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681/2532

กรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ หรือมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เมื่อผู้เสียหายได้ ยื่นคำร้องกล่าวหาผู้ฝ่าฝืนต่อ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตาม มาตรา ๑๒๔แล้ว การที่จะวินิจฉั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้