Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยผู้เป็นสามีจดทะเบียนหย่ากัน แม้ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินระหว่างกันจะไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนการหย่าแต่ในหนังสือแสดงความประสงค์สมัครใจหย่ากันอันเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการสำหรับให้คู่กรณีกรอกข้อความนั้นระบุไว้ว่า 'ในเรื่องทรัพย์สินบริคณห์ต่าง ๆ ได้จัดการแบ่งปันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว'และได้ความว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายได้ที่ดินพิพาท ดังนี้ ย่อมถือว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้วนับแต่วันจดทะเบียนหย่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยไม่มีอำนาจนำยึดที่พิพาทได้อีก

เนื้อความคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลย แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยเฉพาะจำเลยที่ 2 ยอมใช้เงินให้โจทก์ 200,000 บาทแล้วไม่ใช้ โจทก์จึงขอบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ 6593 พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึด ขอให้ปล่อยทรัพย์ โจทก์ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2497 ชีวิตสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ไม่ค่อยราบรื่นถึงกับจะหย่ากันมาครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาก็มีเรื่องอีก จึงได้ทำหนังสือหย่ากันตามเอกสาร ร.2 และต่อมาได้จดทะเบียนการหย่าเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2510 ตามเอกสาร

ร.3 การจดทะเบียนหย่านี้ไม่ใช่การแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันเพื่อจะป้องกันมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากสินสมรส และปรากฏตามหนังสือแสดงความประสงค์สมัครใจหย่าขาดจากกันเอกสาร ร.4 ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการที่ให้คู่กรณีกรอกข้อความ ระบุไว้ด้วยว่า "ในเรื่องทรัพย์สินบริคณห์ต่าง ๆ ได้จัดการแบ่งปันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว" ฟังได้ว่าได้มีการแบ่งทรัพย์สินกันแล้ว โดยผู้ร้องได้ที่ดินรายพิพาท จำเลยที่ 2 ได้รถยนต์ฉะนั้น นับแต่จดทะเบียนการหย่าเป็นต้นไป ต้องถือว่าทรัพย์สินระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้ร้องได้แยกจากกันเสียแล้ว แม้ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินจะไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนการหย่า แต่ก็มีข้อความในเอกสาร ร.4 ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการซึ่งย่อมแปลได้ว่าผู้ร้องและจำเลยที่ 2 มีเจตนาที่จะให้การตกลงนี้เป็นผลของการหย่า ซึ่งได้มีการจดทะเบียนในวันที่ปรากฏในเอกสาร

ร.4 นั่นเอง ถือได้ว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้วตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 902/2508 และเมื่อได้จดทะเบียนการหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจจะนำยึดที่ดินโฉนดที่ 6593 พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างอันตกเป็นของผู้ร้องเสียแล้ว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 841/2509พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้