Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซึ่งเป็นสามีผู้ร้องกู้เงินมาลงทุนเอากำไรมาใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว เป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์และการอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 เดิม ให้ถือว่าเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสามีภรรยา ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนในเงินขายทอดตลาดที่ดินซึ่งเป็นสินสมรส

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอให้กันส่วนเงินขายทอดตลาดที่ดินทั้ง 4 แปลง ตามคำร้องหรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามคำร้องของผู้ร้องอ้างว่าที่ดินทั้ง 4 แปลง เป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องกับจำเลยร่วมกันทำมาหาได้ภายหลังจดทะเบียนสมรสกันแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นทรัพย์ดังกล่าวจึงเป็นสินสมรส

ปัญหาต่อไปว่า หนี้ที่จำเลยซึ่งเป็นสามีผู้ร้องมีต่อโจทก์ เห็นหนี้ร่วมอันผู้ร้อง จะต้องรับผิดด้วยหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยผู้เป็นสามีของผู้ร้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นสินสมรสทั้ง 4 แปลง โดยความยินยอมของผู้ร้องเพื่อเป็นการสะดวกในการทำนิติกรรม จำเลยได้นำที่ดินไปจำนองโจทก์ 2 แปลง เงินที่จำเลยกู้โจทก์มานี้จำเลยใช้ในกิจการรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นอาชีพปกติของจำเลย นำรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัวเดือนละ 500 บาท ผู้ร้องซึ่งเป็นภรรยาจำเลยทำการเลี้ยงสัตว์และค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ มีรายได้ไม่พอจ่ายในครอบครัวเพราะต้องใช้จ่ายเดือนละ 1,000 บาทเศษ ก่อนกู้เงินโจทก์ การก่อสร้างมีกำไร นอกจากจำเลยนำรายได้มาให้ภรรยาใช้จ่ายในครอบครัวแล้ว

ยังนำมาหมุนเวียนในกิจการก่อสร้าง มีการซื้อเครื่องจักรย่อยหินและรถยนต์ ต่อมาการก่อสร้างขาดทุน จำเลยจึงกู้เงินโจทก์มาใช้จ่ายในกิจการก่อสร้างของตน ดังนี้เมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้มีอำนาจจัดการสินบริคณห์ตามลำพังตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือได้ว่าหนี้ที่จำเลยก่อขึ้นเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ สินบริคณห์และการอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งมาตรา 1482 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม ให้ถือว่าเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสามีภรรยา ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้กันส่วนในเงินขายทอดตลาดที่ดินทั้ง 4 แปลงได้ตามคำร้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เริ่ม ธรรมดุษฎี · ปรีชา สุมาวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2836/2566

ที่ดินพิพาทมีชื่อ ป. ท. ส. จำเลยที่ 2 และ น. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมโดยเจ้าของรวมเหล่านั้นมิได้แบ่งการครอบครองที่ดินพิพาทเป็นส่วนสัด เมื่อ น. ถึงแก่ความตาย ที่ดินพิพาทส่วนของ น. ย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2260/2562

ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง บัญญัติเพียงแต่ว่าการโอนสิทธิเรียกร้องจะต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ หาได้กำหนดบังคับไม่ว่าจะต้องนำความไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้ความว่า ธ. ได้โอนสิทธิเรียกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7397/2561

การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองตามคำพิพากษาไม่บังคับคดีภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นที่สุดในคดีนั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) มีผลเพียงทำให้ผู้ร้องหมดสิทธิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1108/2561

ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิบริษัทเงินทุน ท. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่ผู้ร้อง เป็นการตั้งเร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้