คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายธวัชผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) ให้จำคุกคนละ 2 ปีจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นายธวัชผู้เสียหาย เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการโจทก์ด้วยดังนั้นโจทก์ร่วมและพนักงานอัยการต่างก็มีฐานะเป็นโจทก์ด้วยกัน แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามแล้ว ศาลชั้นต้นเพียงแต่สั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามให้เฉพาะแก่พนักงานอัยการโจทก์เท่านั้น หาได้สั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามแก่โจทก์ร่วมไม่มีอีกทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 1ก็พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องด้วยการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาคดีไปโดยมิได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามให้โจทก์ร่วมเพื่อแก้อุทธรณ์ด้วยนั้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200นอกจากนี้ยังปรากฏด้วยว่าในการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้คู่ความฟัง
ศาลชั้นต้นก็มิได้แจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้แก่โจทก์ร่วมทราบด้วย ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 ประกอบมาตรา 215 ด้วยเช่นกันพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการในเรื่องส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามให้โจทก์ร่วม แล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี