Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การวินิจฉัยคดีแพ่งเกี่ยวด้วยเรื่องมรดกอิสลามศาสนิกในศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งศาลชั้นต้นต้องใช้กฎหมายอิสลามและต้องให้คะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามนั้น หากศาลชั้นต้นปฏิบัติไม่ถูกต้อง ศาลสูงก็มีอำนาจยกคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเสียให้ถูกต้องแล้วพิพากษาใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายอิสลามได้ เพราะถ้ามีคำวินิจฉัยชี้ขาดของคะโต๊ะยุติธรรมในข้อกฎหมายอิสลามมาโดยถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นอันเด็ดขาดในคดีนั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 4 ป.วิ.พ. มาตรา 27 ป.วิ.พ. มาตรา 223

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่านายปิ บิดาโจทก์ถึงแก่กรรม ที่ดินรวม ๒๐ แปลงของนายปิจึงตกได้แก่โจทก์ผู้เป็นบุตรแต่ผู้เดียวตามศาสนาอิสลาม เพราะโจทก์เป็นชายจึงตัดทายาทอื่นหมด โจทก์ตัดไม้ตะเคียนบนคันนาของโจทก์ จำเลยห้ามและร้องอำเภออ้างว่านายปิทำหนังสือยกที่ดินทั้งหมดให้จำเลย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งหมด จำเลยที่ ๑ ? ๒ ต่อสู้ว่า ที่ดินหมายเลข ๑ ? ๖ และ ๑๐ ? ๒๐ เป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย นายยะโกะตายตกได้แก่จำเลยตามกฎหมายอิสลาม ส่วนที่ดินหมาย ๗ ? ๘ ? ๙ เป็นของนายปิ ๆ ทำพินัยกรรมแบบ ?วาชียะ? ยกให้จำเลยที่ ๒ แล้ว ส่วนจำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ คู่ความตกลงกะประเด็นนำสืบว่า ๑. ที่ดิน ๑๗ แปลงหมายถึง ๑ ถึง ๖ และ ๑๐ ถึง ๒๐ เป็นสินสมรสของบิดามารดาโจทก์

อันเป็นมรดกตกได้แก่บิดาโจทก์และตัวโจทก์ในเวลาต่อมา หรือว่าเป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย ๒. นายปิ บิดาโจทก์มีสิทธิทำพินัยกรรมยกที่ดินแปลง หมาย ๗ ? ๘ ? ๙ ให้จำเลยได้หรือไม่ และได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้จำเลยที่ ๒ จริงหรือไม่ ศาลชั้นต้นฟังวา ที่ดิน ๑๗ แปลงเป็นของนายปิ ตกได้แก่โจทก์และไม่เชื่อว่านายปิได้ทำหนังสือยกให้แก่จำเลยที่ ๒ ทั้งหนังสือก็ไม่ได้ทำให้ถูกแบบ จึงไม่อาจใช้บังคับได้ จึงพิพากษาว่าที่ดินพิพาทตกได้แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑ ? ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาท ๑๗ แปลงเป็นของนายปิ และจำเลยสืบไม่ได้ว่าพินัยกรรมที่นายปิทำนั้นถูกต้องตามกฎหมาย ที่พิพาททั้งหมดจึงตกได้แก่โจทก์

พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ? ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงประเด็นข้อ ๑ ว่า ที่ดินพิพาท ๑๗ แปลงเป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย มิใช่เป็นของนายปิเจ้ามรดก ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าที่พิพาททั้ง ๑๗ แปลงยังเป็นของนายปิบิดาโจทก์เป็นมรดกตกได้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนประเด็ดข้อ ๒ ฟังว่านายปิได้ทำหนังสือจำหน่ายทรัพย์ของตนเมื่อตายไว้จริงดังที่จำเลยนำสืบ แต่หนังสือนี้เป็นพินัยกรรมหรือไม่ นายปิมีสิทธิทำได้หรือไม่ การวินิจฉัยย่อมเป็นผลให้ทรัพย์มรดกของนายปิตกได้แก่คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนว่าโจทก์จำเลยเป็นอิสลามศาสนิก และเจ้ามรดกก็เป็นอิสลามศาสนิก การวินิจฉัยคดีแพ่งว่าด้วยเรื่องมรดกอิสลามศาสนิกในศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นต้องใช้กฎหมายอิสลาม และต้องให้คะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามในเรื่องนี้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหนังสือทำไม่ถูกแบบใช้บังคับไม่ได้ โดยมิได้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยมรดกมาบังคับคดี และไม่มีคะโต๊ะยุติธรรมลงชื่อในคำพิพากษาชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามเรื่องพินัยกรรม จึงไมต้องด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี ฯ พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๓-๔ และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยนำสืบไม่ได้ว่าเป็นพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายอิสลามได้ เพราะถ้ามีคำวินิจฉัยขี้ขาดของคะโต๊ะยุติธรรมในข้อกฎหมายอิสลามมาโดยถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นเด็ดขาดในคดีนั้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี ฯ พ.ศ. ๒๔๘๙ เท่าที่จำเป็นแก่คดี แล้วพิพากษาใหม่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาชี้ขาดไว้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปัตตานี - นายชัยประภา นพคุณ
ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2561

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เมื่อมีการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาได้เอง หรือคู่ความฝ่ายที่เสียหายมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนได้ ส่วนระยะเวลาในการยื่นคำร้อง มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12894/2557

จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาโดยไม่ได้มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องขออนุญาตโดยตรงต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6227/2553

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายพร้อมคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์และส่งสำเนาคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3563/2551

คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องมรดกซึ่งเกิดในจังหวัดปัตตานีและผู้ร้องเป็นอิสลามศาสนิก จึงตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ซ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5144/2550

ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ บัญญัติหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาว่า ผู้อุทธรณ์จะต้องทำเป็นคำร้องมาพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์และส่งสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์และสำเนาคำร้องแก่จ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้