เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้ โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องทรัพย์มรดกของนางปุกมารดาผู้ร้องสอดซึ่งเป็นน้องของโจทก์จำเลยได้ขอเข้าเป็นจำเลยร่วมในที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ให้เอาทรัพย์มรดกซึ่งมีอยู่ 2 รายการออกขายทอดตลาด ได้เงินเท่าใดหักไว้เป็นค่าทำศพมารดาก่อน ที่เหลือให้แบ่งกันคนละส่วน ศาลพิพากษาตามยอมนั้นแล้วและได้จัดการขายทอดตลาดทรัพย์มรดก 2 รายการ รายการหนึ่งหรือที่ดินตราจองเลขที่ 130 มีชื่อนางปุกเป็นเจ้าของ ขายได้เงิน 65,000 บาทผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่า ที่ดินตราจองดังกล่าวเป็นของบิดามารดาผู้ร้อง ต่อมาเป็นมรดกตกทอดแก่นางปุกและผู้ร้องคนละครึ่ง นางปุกตายส่วนของนางปุกตกได้แก่โจทก์จำเลยและผู้ร้องสอด ผู้ร้องได้ร่วมครอบครองมา
ผู้ร้องมีสิทธิในเงินที่ขายทอดตลาดหลังจากหักค่าธรรมเนียมแล้วครึ่งหนึ่ง ขอให้จ่ายเงินแก่ผู้ร้องโจทก์จำเลยและผู้ร้องสอดคัดค้านว่า ที่ดินเป็นของนางปุกคนเดียวผู้ร้องไม่มีสิทธิศาลชั้นต้นงดไต่สวนคำร้อง และมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะขอให้ศาลกันส่วนของผู้ร้องไว้ เมื่อผู้ร้องอ้างว่ามีสิทธิในทรัพย์มรดกที่ศาลขายทอดตลาดประการใดก็ชอบที่จะไปดำเนินคดีใหม่ ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ประเด็นที่พิพาทกันในระหว่างคู่ความเดิมศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ คดีถึงที่สุดจนกระทั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินมรดกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาแบ่งกันตามสัญญาแล้ว
ผู้ร้องเพิ่งมาร้องว่ามีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินที่ศาลขายทอดตลาดครึ่งหนึ่ง และขอให้ศาลไต่สวนนั้น ไม่อาจทำได้ เพราะเป็นกรณีที่ผู้ร้องตั้งประเด็นขึ้นใหม่พิพาทกับโจทก์จำเลยและผู้ร้องสอด และศาลจะแก้ไขคำพิพากษาคดีนี้ซึ่งถึงที่สุดแล้วหาได้ไม่เมื่อผู้ร้องอ้างว่ามีสิทธิในที่ดินที่ศาลได้ขายทอดตลาดไปอย่างไร หรือผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายประการใด ก็ชอบที่จะฟ้องร้องโจทก์จำเลยและผู้ร้องสอดเป็นคดีใหม่หาไม่คำพิพากษาของศาลแต่ละคดีจะไม่มีเวลายุติลงได้ ที่ศาลล่างงดไต่สวนและสั่งยกคำร้องชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน