Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1748/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจพ.ศ. 2518 มาตรา 11 บัญญัติให้พนักงานรัฐวิสาหกิจเช่น พนักงานยาสูบที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2530 พ้นจากตำแหน่งเมื่อสิ้นปีงบประมาณ อันหมายถึงสิ้นเดือนกันยายน 2530 ซึ่งจำเลยจะต้องดำเนินการให้พนักงานยาสูบผู้นั้นออกจากงานอันเป็นการเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2530 เป็นต้นไป และทำให้พนักงานยาสูบดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานนับแต่วันเลิกจ้าง หากจำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ก็ต้องถือว่าพนักงานยาสูบผู้นั้นถูกโต้แย้งสิทธินับแต่วันดังกล่าว แต่ขณะที่สหภาพแรงงานโจทก์นำคดีมาฟ้องยังไม่มีพนักงานยาสูบซึ่งเป็นสมาชิกของโจทก์คนใดถูกโต้แย้งสิทธิในกรณีเช่นว่านี้ ดังนั้น โจทก์จึงยังไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยไว้ล่วงหน้าตามคำขอของโจทก์ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 98 พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 11

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โรงงานยาสูบเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ภายใต้การบริหารงานของจำเลย จำเลยเป็นนายจ้างของพนักงานยาสูบทั้งหมดรวมทั้งสมาชิกของโจทก์ด้วย จำเลยได้เคยจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานยาสูบที่ปลดเกษียณตามคำสั่งที่ ท. 6/2523 จึงถือว่าคำสั่งที่ ท. 6/2523 เป็นสภาพการจ้างระหว่างจำเลยกับพนักงานยาสูบทั้งหมด ต่อมาจำเลยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานยาสูบที่ปลดเกษียณอีกต่อไป การกระทำของจำเลยเป็นการขัดกับสภาพการจ้างที่จำเลยมีอยู่กับโจทก์และพนักงานยาสูบทั้งหมดขอให้ถือว่าคำสั่งที่ท. 6/2523 เป็นสภาพการจ้างและให้จำเยจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานที่จะปลดเกษียณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2530 เป็นต้นไปศาลแรงงานกลางเห็นว่า จากคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีพอวินิจฉัยได้ให้นัดฟังคำพิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

ศาลไม่มีอำนาจที่จะพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ตามที่โจทก์ขอได้ เพราะกรณียังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ อีกทั้งไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจศาลที่จะกำหนดวิธีการบังคับไว้เป็นการล่วงหน้าก่อนที่ข้อโต้แย้งจะเกิดขึ้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองกรณีได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามข้ออุทธรณ์ของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า คำสั่งของจำเลยที่ท.6/2523 ลงวันที่ 4 มกราคม 2523 เป็นสภาพการจ้าง และให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ครบเกษียณอายุในงบประมาณ 2530เป็นต้นไปได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518มาตรา 11 บัญญัติให้พนักงานรัฐวิสาหกิจดังเช่นพนักงานยาสูบนี้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2530 พ้นจากตำแหน่งเมื่อสิ้นปีงบประมาณ อันหมายถึงสิ้นเดือนกันยายน 2530 ซึ่งจำเลยก็จะดำเนินการให้พนักงานยาสูบผู้นั้นออกจากงานอันเป็นการเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2530 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้พนักงานยาสูบดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานนับแต่วันเลิกจ้าง หากจำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ก็ต้องถือว่าพนักงานยาสูบผู้นั้นถูกโต้แย้งสิทธินับแต่วันดังกล่าว แต่ขณะที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องยังไม่มีพนักงานยาสูบซึ่งเป็นสมาชิกของโจทก์คนใดถูกโต้แย้งสิทธิในกรณีเช่นว่านี้ดังนั้น

โจทก์จึงยังไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยไว้ล่วงหน้าตามคำขอของโจทก์ได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่า คำสั่งที่ ท. 6/2523 เป็นสภาพการจ้างหรือไม่อีกต่อไป ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2559

ป.พ.พ. บรรพ 1 (เดิม) ไม่ได้บัญญัติวิธีการนับอายุของบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องนับอายุตามเกณฑ์ในมาตรา 158 (เดิม) คือไม่นับวันแรกที่เป็นวันเกิดรวมเข้าด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6721/2558

การที่โจทก์ลาออกจากงานไปก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เป็นผลให้สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นสุดลง แต่เมื่อในวันเดียวกับที่การลาออกมีผล โจทก์กับจำเลยทำสัญญาจ้างผู้บริหารกันจึงเกิดเป็นสัญญาจ้างแรง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 40486)

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 98(2)หมายความว่า หากมีกรณีที่สมาชิกสหภาพแรงงานถูกบุคคลใดรวมทั้งนายจ้างกระทำการโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบพระราชบัญญัติจัด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2622/2538

โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานโดยไม่มีมติของที่ประชุมใหญ่ แม้การฟ้องคดีเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการจัดการและดำเนินการเพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์ตามมาตรา 98 (2) แห่งพ.ร.บ.แร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2534

พระราชบัญญัติ ญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาตรา 9 และมาตรา 11 ที่กำหนดให้พนักงานที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้นเป็นเพียงบทกำหนดคุณสมบัติและเหตุที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้