Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1749/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เกี่ยวกับฟ้องขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้น อัยการโจทก์บรรยายว่า " ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษทำร้ายร่างกาย ถูกศาลจังหวัดชุมพรพิพากษาจำคุก 10 วันปรับ 25 บาทตามคดีหมายเลขแดงที่ 347/2495 จำเลยพ้นโทษยังไม่ครบ 5 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก หาเข็ดหลาบไม่ ขอให้ศาลเพิ่มโทษตาม มาตรา 72 อีกโสดหนึ่งด้วย"ศาลสอบจำเลยจำเลยรับว่าเคยต้องโทษตามฟ้องโจทก์เป็นความจริงและจำเลยเบิกความตามคำซักค้านของโจทก์ว่า " ข้าพเจ้าจำเลยเคยต้องโทษของศาลฐานทำร้ายร่างกายนายเปรื่องมีบาดเจ็บ "ดังนี้ข้อเพิ่มโทษตามที่บรรยายในฟ้องของโจทก์โจทก์ระบุเพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ซึ่ง กฎหมายอาญาระบุไว้ในส่วนที่ 7 หมวดที่ 2 ซึ่งกินความถึงความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บโดยเจตนา บาดเจ็บสาหัสโดยเจตนาบาดเจ็บโดยเจตนาและประมาทก็มี ระบุเป็นหัวข้อเรื่องลหุโทษตาม มาตรา338 ก็มีจึงไม่แน่ว่าตามที่โจทก์บรรยายมานั้นอยู่ในความผิดส่วนไหน เพราะอัตราโทษครั้งก่อนที่จำเลยรับโทษจำคุก 10 วันปรับ 25 บาทนั้นก็เบามีลักษณะเป็นได้ทั้งเจตนา ประมาทและลหุโทษจึงอาศัยแต่เพียงคำรับของจำเลยดังกล่าวมาเพิ่มโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ข้อเพิ่มโทษจึงต้องยกเสียอ้างฎีกาที่ 366/2499

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้จำเลยต่อสู้ว่าได้กระทำร้ายนายแม้นโดยทางป้องกันตัว แต่ศาลทั้งสองพิพากษาต้องกันว่ามิใช่ป้องกันตัว จำเลยบังอาจกระทำร้ายนายแม้นบาดเจ็บสาหัสตามฟ้อง มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 256 จำคุกจำเลย 2 ปี ข้อนี้ยุติเพียงชั้นศาลอุทธรณ์เหลือแต่ข้อขอให้เพิ่มโทษจำเลยซึ่งโจทก์ยกขึ้นโต้เถียงตั้งแต่ชั้นศาลอุทธรณ์ตลอดมาจนฎีกาประเด็นข้อนี้โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า "ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกายถูกศาลจังหวัดชุมพรพิพากษาจำคุก 10 วัน ปรับ 25 บาท ตามคดีหมายเลขแดงที่ 247/2495 จำเลยพ้นโทษไปยังไม่ครบ 5 ปีกลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก หาเข็ดหลาบไม่ ขอศาลได้โปรดเพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 72 อีกโทษหนึ่งด้วย"ศาลสอบจำเลย ๆ รับเคยต้องโทษตามฟ้องโจทก์เป็นความจริงและจำเลยเบิกความตามข้อซักค้านของโจทก์ว่า "ข้าพเจ้าเคยต้องโทษของศาลฐานทำร้ายร่างกายนายเปรื่องมีบาดเจ็บ"

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโทษที่จำเลยได้รับครั้งก่อนนั้น ไม่ทราบว่าเป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดอย่างอื่น โจทก์เพียงแต่บรรยายไว้ในฟ้องเท่านั้น จะให้ศาลหยิบยกสำนวนแดงที่ 347/2495 ซึ่งโจทก์มิได้อ้างหลักฐานในระบุพยานขึ้นมาเป็นทางเพิ่มโทษนั้นไม่ชอบ จึงให้ยกคำขอข้อนี้เสียและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีผู้พิพากษานายหนึ่งแย้งว่าข้อที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลย ๆ เข้าใจข้อหาได้ดีทั้งมิได้แก้ว่าเป็นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ จึงเป็นการเพียงพอที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามที่โจทก์ขอได้หรืออย่างน้อยก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะเรียกเอาสำนวนนั้นมาตรวจดูเสียก่อนเพราะการตรวจเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องฟังพยานหลักฐานแต่เป็นเรื่องที่ศาลเอาสำนวนที่จำเลยรับอยู่แล้วโดยไม่มีข้อโต้แย้งมาวินิจฉัยตาม 1201-1203/2498 ระหว่างอัยการจังหวัดนราธิวาส

โจทก์ นายอัมรินทร์ จินตานนท์ กับพวกจำเลยศาลฎีกาเห็นว่าตามที่โจทก์บรรยายขอเพิ่มโทษมานั้นระบุมาเพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกายหรืออีกรับหนึ่งก็คือฐานประทุษร้ายร่างกายอันความผิดฐานประทุษทำร้ายร่างกายนี้กฎหมายอาญาระบุเป็นหัวข้อหมวดไว้ในส่วนที่ 7 หมวดที่ 2 (ซึ่งกินถึงฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บโดยเจตนา บาดเจ็บสาหัสโดยเจตนาและประมาท) ก็มีระบุเป็นหัวข้อเรื่องลหุโทษภายใต้ มาตรา 338 ก็มี จึงไม่แน่ว่าตามที่โจทก์บรรยายมานั้นอยู่ในความผิดส่วนไหน เพราะอัตราโทษครั้งก่อนที่จำเลยได้รับโทษจำคุก 10 วัน และปรับ 25 บาท นั้นก็เบา มีลักษณะเป็นได้ทั้งเจตนา ประมาทและลหุโทษหากจำเลยไม่คัดค้านหรือรับรองยอมข้อหาเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบด้วยก็พอเป็นทางให้เห็นว่า

คงรับฐานเคยทำให้เขาบาดเจ็บโดยเจตนาแต่จำเลยก็มิได้รับถึงขนาดนั้นเป็นแต่รับว่าเคยต้องโทษตามฟ้องโจทก์เป็นความจริง เมื่อโจทก์ไม่ระบุในฟ้องให้ชัดแจ้งแล้วจะเกณฑ์ให้ศาลไปดูสำนวนเก่าของเอาเองโดยมิได้ระบุเป็นพยานหลักฐานไว้นั้นหาชอบไม่ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 366/2499 ระหว่างอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นายอ้วยหรือโอ ตะริกุล จำเลย และจำเลยจะเบิกความว่าเคยทำร้ายร่างกายนายเปรื่องมีบาดเจ็บ แต่จะเป็นรายเดียวกับคดีแดงที่ 347/2495 หรือไม่ก็ไม่ปรากฏ เพราะดูตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยก็ปรากฏว่าเคยทำร้ายร่างกายคนอื่นมาแล้ว 2 ครั้งมิใช่ครั้งเดียวพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2500

ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72 เพราะจำเลยเคยต้องโทษปรับฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตมาแล้ว ไม่เข็ดหลาบนั้น บัดนี้ ได้มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 บัญญัติให้เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2500

ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษก่อน 8 พ.ย. 2499 และพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาศครบ25พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ (13 พ.ค. 2500) ดังนี้ ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2500

โทษปรับเป็นโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 12 ทั้งเป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา18 ด้วยแต่การจะเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92(กฎหมายอาญามาตรา72) นั้น จะกระทำได้เฉพาะผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1150/2499

ความผิดฐานพยายามฆ่าคนตายนั้น ศาลต้องกำหนดโทษจำเลยอย่างกระทำผิดสำเร็จก่อนแล้วจึงลดฐานพยายามตาม กฎหมายอาญามาตรา 60 เมื่อมีเหตุจะต้องเพิ่มโทษจำเลยจึงให้เพิ่มทีหลัง จะเอาเหตุเพิ่มโทษมาหักกลบลบกับโทษฐานพยา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2498

โจทก์บรรยายฟ้องในข้อขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้งครั้งแรกจำคุก 4 ปีฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามคดีแดงที่ 541/2491 ครั้งที่2 จำคุก 6 เดือนฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน พ้นโทษไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้