Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1751/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำให้การของจำเลยอ่านรวมกันพออนุมานได้ว่าจำเลยโต้เถียงเรื่องการซื้อขายที่พิพาทว่า เป็นการไม่สุจริต ก็ถือว่าจำเลยโต้เถียงว่า โจทก์ทำการโดยไม่สุจริตแล้วในข้อโต้เถียงเรื่องสุจริตหรือไม่นั้นมี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 บัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต ฉะนั้นเมื่อจำเลยโต้เถียงว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมมีหน้าที่พิสูจน์แสดงหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ที่ดินซึ่งเป็นที่มีโฉนดเป็นหลักฐาน แม้หากจำเลยจะได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งอยู่ภายในโฉนดมาโดยปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วก็ตามจำเลยมิได้จดทะเบียนสิทธิตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง จะยกสิทธิครอบครองอันยังมิได้จดทะเบียนนั้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ได้ที่มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโอนซื้อขายกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 970ตำบลสนามแจง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เนื้อที่ 30 ไร่เศษโดยซื้อจากนายเส็ง งามขำซื้อแล้วโจทก์ตรวจดูเขตที่ดินตามหน้าโฉนดปรากฏว่าจำเลยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินของโจทก์ทางด้านเหนือเนื้อที่ 2 ไร่เศษ โจทก์ให้จำเลยรื้อถอนเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ชั้นแรกจำเลยพูดอิดเอื้อนว่าจะรื้อ ในที่สุดกลับว่าเป็นที่ดินของจำเลยจึงให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางการครอบครองที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่าจำเลยปลูกเรือนมีต้นไม้เป็นรั้วล้อมมาเป็นเวลา31 ปีโดยเจตนาครอบครองเป็นเจ้าของ และถือกรรมสิทธิที่พิพาทโดยสงบ

เปิดเผย ไม่มีใครขัดขวาง โจทก์ไม่เคยบอกให้จำเลยรื้อบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท จำเลยไม่เคยพูดขอซื้อที่พิพาทจากโจทก์ จำเลยเคยบอกโจทก์ว่าที่พิพาทเป็นที่ดินของจำเลยโจทก์ไม่คัดค้านและโจทก์ไม่เคยซื้อที่พิพาทจากนายเส็ง งามขำที่พิพาทเป็นที่ดินซึ่งจำเลยจับจองมานานแล้วศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทอยู่หน้าโฉนดของโจทก์การที่จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมากว่า 30 ปี โดยมิได้จดทะเบียนสิทธิไม่เป็นข้อต่อสู้ โจทก์ผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิไว้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ได้เสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตหรือไม่นั้นจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจำเลยจึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบได้ จึงพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร และให้รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่พิพาทห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางการครอบครองที่ดินของโจทก์

ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายให้เป็นพับไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาทเป็นที่ภายในโฉนดที่ 970 ที่นายเส็งได้จดทะเบียนโอนขายให้โจทก์และโจทก์ได้เสียค่าตอบแทน แต่โจทก์ซื้อมาโดยไม่สุจริตจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยไม่มีใครขัดขวางสิทธิเป็นเวลาประมาณ 30 ปีแล้วโจทก์ไม่ควรได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนาย 2 ศาล 150 บาทแทนจำเลยโจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้เรื่องโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริตไว้ในคำให้การ จำเลยจึงไม่มีประเด็นนำสืบและศาลจะรับฟังความข้อนี้ไม่ได้กับฎีกาคัดค้านในข้อเท็จจริงว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยสุจริตศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยอ่านรวมกันพออนุมานได้ว่าจำเลยโต้เถียงเรื่องการซื้อขายที่พิพาทว่าเป็นการไม่สุจริต แต่ในข้อโต้เถียงเรื่องสุจริตหรือไม่นั้นมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 บัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่า

บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต ฉะนั้นเมื่อจำเลยโต้เถียงว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมมีหน้าที่พิสูจน์แสดงหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ตรวจคำพยานหลักฐานของจำเลยตลอดแล้วจำเลยมิได้นำสืบให้เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ทำการไม่สุจริตอย่างไรและจำเลยยังเบิกความรับว่าเมื่อนายเส็งขายที่โฉนดที่ 970 ให้นายแหวนโจทก์เมื่อ 5 ปีมานี้จำเลยก็ทราบ นายเส็งตายเมื่อปีกลายนี้ เวลานายเส็งจะขาย นายเส็งได้บอกให้จำเลยรู้ด้วยแต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านแสดงตนว่าเป็นเจ้าของที่พิพาทให้โจทก์รู้แต่อย่างไรเลย ตามคำให้การจำเลยกล่าวว่าจำเลยเคยบอกโจทก์ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของจำเลยโจทก์ไม่คัดค้านครั้นนำสืบ จำเลยก็มิได้นำสืบถึงความข้อนี้โจทก์นำสืบว่าได้ซื้อที่ดิน

รายนี้ซึ่งมีเนื้อที่ 30 ไร่เศษ โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโอนซื้อขายกันต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายซื้อแล้วโจทก์ไปดูที่ดินปรากฏว่าจำเลยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินนี้ทางทิศเหนือ ในเนื้อที่ราว 2 ไร่เศษ (ตอนปลายสุดของที่ ดังปรากฏตามแผนที่วิวาท) โจทก์ให้จำเลยรื้อถอนออกไปจำเลยบิดพลิ้วและท้าให้ฟ้อง เมื่อโจทก์จะซื้อจากนายเส็ง นายเส็งได้บอกว่าจำเลยอาศัยอยู่ในที่นี้โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ข้อกล่าวอ้างในเรื่องโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริตจึงรับฟังไม่ได้ที่ดินรายนี้เป็นที่ดินมีโฉนดเป็นหลักฐานแม้หากจำเลยจะได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งอยู่ภายในโฉนดมาโดยปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้วก็ตามจำเลยมิได้จดทะเบียนสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2 จะยกสิทธิครอบครองอันยังไม่ได้จดทะเบียนนั้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ในคดีนี้ไม่ได้จำเลยต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารให้รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางการครอบครองที่ดินของโจทก์ชอบด้วยรูปคดีแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนาย 150 บาทชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้