Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17584/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลย จ. มารดาผู้ตายจึงไม่ใช่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 วรรคหนึ่งได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนของกลาง

จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายจันทร์ ผู้เสียหาย นางสาวจันทร์พิมพ์ มารดาของนายธนัฐศรณ์ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น โดยให้เรียกนายจันทร์และนางสาวจันทร์พิมพ์ว่า โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ โจทก์ร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์ระหว่างเจ็บป่วยไม่สามารถประกอบกรณียกิจตามปกติต้องรักษาตัวทำให้ขาดรายได้ 60 วัน วันละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 30,000 บาท เจ็บป่วยทนทุกข์ทรมานเป็นเงิน 170,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ โจทก์ร่วมที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าปลงศพ เป็นเงิน 100,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะเดือนละ 8,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี เป็นเงิน 1,920,000 บาท รวมเป็นเงิน 2,020,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 288 ประกอบมาตรา 80, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก 15 ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนมีทะเบียนของตนเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 25 ปี และปรับ 2,000 บาท สำหรับโทษปรับหากไม่ชำระให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของโจทก์ร่วมที่ 2 กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 100,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 90,000 บาท แก่นางสาวจันทร์พิมพ์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ตายเป็นบุตรของนางสาวจันทร์พิมพ์ ซึ่งเกิดจากสามีคนเก่าของนางสาวจันทร์พิมพ์ ส่วนโจทก์ร่วมที่ 1 เป็นสามีคนปัจจุบันของนางสาวจันทร์พิมพ์ สำหรับจำเลยเป็นพี่ชายของนางสาวจันทร์พิมพ์ เดิมที่ดินของนางสาวจันทร์พิมพ์และจำเลยเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แล้วต่อมามีการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินเป็นสัดส่วน โดยมีการกันเป็นทางเดินไว้ แต่การรังวัดกันทางเดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ซึ่งจะต้องมีการรังวัดสอบเขตใหม่ ก่อนเกิดเหตุนางสาวจันทร์พิมพ์และจำเลยมีปากเสียงกันเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเป็นประจำ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ขณะที่นางสาวจันทร์พิมพ์กับผู้ตายกำลังขุดดินบริเวณทางเดินเพื่อวางท่อประปา

จำเลยเข็นรถปูนผ่านมาโดยจำเลยพาอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาด .38 เครื่องหมายทะเบียน สพ 1/009988 ซึ่งเป็นของจำเลยที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียนท้องที่ติดตัวมาด้วย และเกิดการโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายนางสาวจันทร์พิมพ์และผู้ตายกับฝ่ายจำเลย ต่อมาผู้ตายและโจทก์ร่วมที่ 1 ถูกจำเลยใช้อาวุธปืนยิงในเขตที่ดินของผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกผู้ตายที่ใต้คางด้านซ้ายและใต้รักแร้ขวาด้านใน เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ส่วนโจทก์ร่วมที่ 1 ถูกกระสุนปืนที่บริเวณหน้าอกและสะบักขวา เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัส หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานยึดอาวุธปืนพกกระบอกดังกล่าว กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด และปลอกกระสุนปืนขนาด

.38 จำนวน 3 ปลอก เป็นของกลาง ความผิดฐานพาอาวุธปืนมีทะเบียนของตนยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตาย และฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ...มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ร่วมที่ 1 เบิกความยืนยันว่า โจทก์ร่วมที่ 1 ไม่ได้มีส่วนร่วมทำร้ายร่างกายจำเลย แต่เป็นผู้เข้าไปห้ามการทะเลาะวิวาทระหว่างจำเลยกับผู้ตาย ข้อเท็จจริงได้ความว่า

การที่โจทก์ร่วมที่ 1 เข้าไปห้ามและดึงผู้ตายออกมาห่างตัวจำเลย จึงเป็นโอกาสให้จำเลยชักอาวุธปืนออกมายิงผู้ตายและโจทก์ร่วมที่ 1 ดังที่วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น เมื่อโจทก์ร่วมที่ 1 ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายจำเลย แต่ถูกจำเลยใช้อาวุธปืนยิงได้รับอันตรายสาหัส โจทก์ร่วมที่ 1 จึงเป็นผู้เสียหาย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายว่า นางสาวจันทร์พิมพ์มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า ผู้ตายสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลย นางสาวจันทร์พิมพ์จึงไม่ใช่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 วรรคหนึ่งได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาวจันทร์พิมพ์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาวจันทร์พิมพ์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · สุรพันธุ์ ละอองมณี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสิงห์ชัย สุพรรณพงษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1066/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ3008/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1258/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4380/2568

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามเฉพาะในความผิดข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และมิได้มีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วม เพราะความผิดข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์มิใช่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2568

สำเนาตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของบริษัทประกันภัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิตไว้ 500,000 บาท โดยกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้ 35,000 บาท ซึ่งตาม พ.ร.บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568

โจทก์มิได้มีคำขอให้จำเลยคืนแหวนหรือใช้ราคาแทนให้แก่โจทก์ร่วม เนื่องจากแหวนดังกล่าวอยู่ในครอบครองของผู้รับจำนำ ซึ่งยังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการไถ่ถอนการจำนำก่อนส่งมอบคืน แม้ว่าคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์ร่วมจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2568

คดีนี้โจทก์มีอำนาจเรียกราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์แทน ซึ่งโจทก์ร่วมสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยโดยตรงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 และมาตรา 44 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้