Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ ศาลสอบคู่ความเกี่ยวกับราคาทรัพย์ที่พิพาทแล้วตีราคาตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมิน และสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายใน 15 วัน ดังนี้การที่ศาลสอบคู่ความและจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่งที่ศาลมีอำนาจกระทำได้และถือว่าเป็นการไต่สวนแล้ว หากให้คู่ความนำพยานเข้าสืบไต่สวนก็จะไม่ได้ข้อเท็จจริงแตก ต่างนอกเหนือจากการสอบคู่ความและไม่อาจทำให้ประเด็นที่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงไป ศาลย่อมมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบคู่ความมารับฟังประกอบการใช้ดุลพินิจ ทำคำสั่งตามที่เห็นควรได้ เมื่อผู้ร้องไม่เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในเวลาที่ศาลกำหนดจึงเป็นการทิ้งฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากดจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้เงินยืมและศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยไม่ชำระหนี้โจทก์นำยึดที่พิพาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องทรัพย์พิพาทราคาประมาณ 200,000 บาท ขอให้ปล่อยทรัพย์โจทก์ให้การว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 ทรัพย์พิพาทปัจจุบันราคา 4,500,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินไว้ในขณะทำการยึด 3,283,000 บาท ไม่ใช่ราคา 200,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อประวิงคดีทำให้โจทก์เสียหายขอให้ผู้ร้องวางเงินประกันค่าเสียหายและขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นสอบคู่ความเกี่ยวกับราคาที่พิพาทแล้วมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำค่าขึ้นศาลมาชำระเพิ่มให้ครบถ้วนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินไว้ ผู้ร้องไม่นำมาชำระภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจำหน่ายคดีผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยไม่มีการไต่สวนหาข้อเท็จจริงจากพยานทั้งสองฝ่าย เป็นการไม่ชอบนั้น คดีปรากฏว่าก่อนที่ศาลชั้นต้นจะทำการไต่สวนคำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นสอบคู่ความได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่พิพาทว่า เมื่อ พ.ศ. 2526 ธนาคารโจทก์รับจำนองที่พิพาทไว้เป็นเงิน 2,000,000 บาท

เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาที่พิพาทในขณะนำยึดเพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ไว้เป็นเงิน3,283,000 บาท กับปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องและประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่พิพาทว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดตั้งอยู่ที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา ด้านทิศใต้จดถนนรามคำแหงรถยนต์เข้าถึง ความละเอียดปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 7547/2522 ของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลสอบคู่ความและจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่งที่ศาลมีอำนาจกระทำได้และถือว่าเป็นการไต่สวนแล้ว หากให้คู่ความนำพยานเข้าสืบไต่สวนก็จะไม่ได้ข้อเท็จจริงแตกต่างนอกเหนือจากการสอบคู่ความและไม่อาจทำให้ประเด็นที่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงไป ศาลย่อมมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบคู่ความมารับฟังประกอบในการใช้ดุลพินิจทำคำสั่งตามที่เห็นสมควรได้ดังนั้น ที่ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบคู่ความชัดแจ้งเพียงพอและสั่งให้ผู้ร้องนำค่าขึ้นศาลมาชำระเพิ่มภายใน 15 วันโดยตีราคาที่พิพาทตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินและถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีนั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข เมื่อผู้ร้องไม่เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในเวลาที่ศาลกำหนด เช่นนี้ จึงเป็นการทิ้งฟ้อง ศาลสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องได้ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6545/2552

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดกที่จำเลยที่ 1 กับที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ จ. โอนให้แก่จำเลยที่ 1 และที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกให้โดยเสน่หาแก่จำเลยที่ 3 เพื่อให้ที่ดินกลับมาเป็นทรัพย์มร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6197/2550

การที่ผู้ร้องเสียค่าธรรมเนียมในการส่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 70 วรรคท้าย ให้แก่เจ้าพนักงานศาล มีผลเท่ากับผู้ร้องได้นำส่งสำเนาคำร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับหมายนัดและสำเนาคำร้องขัดท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4889/2549

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 48652)

การเสียค่าขึ้นศาลต้องพิจารณาจากคำฟ้องเป็นเกณฑ์ มิได้พิจารณาเป็นรายคดีหรือรายสำนวน ทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(3) คำฟ้องหมายความว่า กระบวนพิจารณาใด ๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาล... ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 98495)

การเรียกค่าขึ้นศาลต้องดูว่าคำฟ้องที่เสนอต่อศาลมีกี่ข้อหา แต่ละข้อหาแยกจากกันได้หรือไม่ หากแยกจากกันได้ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลเป็นรายข้อหาไป จำเลยอุทธรณ์เกี่ยวกับเบี้ยปรับของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้อหาหนึ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้