Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1768/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ส. ได้ขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ก่อนวันเกิดเหตุ จนถึงเวลาเช้าของวันเกิดเหตุ และก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะติดตามรถยนต์กระบะไปบ้าน ส. เพื่อตรวจค้นและจับกุม ส. ก็ยังขับรถยนต์กระบะโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองได้นั่งอยู่ในรถยนต์กระบะกับ ส. หรือได้เกี่ยวข้องกับรถยนต์กระบะแต่อย่างใด กลับได้ความว่าเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจติดตามไปที่บ้านของ ส. พบจำเลยทั้งสองอยู่ที่บ้านของ ส. แต่ ส. ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะได้หลบหนีไปก่อนจะมีการตรวจค้นและจับกุม ดังนี้ จึงไม่อาจเป็นข้อบ่งชี้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางที่ค้นพบในรถกระบะของจำเลยเป็นของจำเลยทั้งสองแต่อาจเป็นของ ส. ก็เป็นได้ แม้โจทก์มีคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นจับกุม แต่จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาและโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยทั้งสองจึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยทั้งสอง ศาลจะสั่งริบเมทแอมเฟตามีนให้แก่กระทรวงสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 116 ได้ต้องเป็นกรณีที่มีการลงโทษตามมาตรา 89 เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องจึงไม่อาจริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขได้ แต่การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นความผิด ศาลริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ธนบัตรชนิดต่าง ๆ จำนวน 30,000 บาท ไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้มาโดยการกระทำผิดในคดีนี้ ซึ่งการริบทรัพย์สินเป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 18(5) จึงต้องมีการฟ้องจำเลยในความผิดดังกล่าวและพิสูจน์ความผิดของจำเลยต่อศาลเสียก่อน เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยถึงการกระทำดังกล่าวในครั้งก่อนโดยตรง เพียงแต่กล่าวพาดพิงว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนเท่านั้นจึงยังไม่เป็นการเพียงพอ ศาลไม่อาจริบเงิน30,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 18 ป.อ. มาตรา 32 ป.อ. มาตรา 33 ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 89 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 116

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 2,800 เม็ด รวมน้ำหนัก 277.800 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 64.700 กรัม ซึ่งมีปริมาณเกินกว่า 0.500 กรัม อันเกินกว่าปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศกำหนด ไว้ในครอบครองของจำเลยทั้งสองเพื่อขายอันเป็นการขายวัตถุออกฤทธิ์ เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมยึดวัตถุออกฤทธิ์ 2,800 เม็ด รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียนผ-2435 เชียงราย ซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ซ่อนเมทแอมเฟตามีน และเงิน 30,000 บาท ที่ได้จากการขายเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ,59, 60, 62, 89, 106 ทวิ, 116 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบเงินและรถยนต์ของกลางกับริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือหนัก 240 กรัม ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2522 (ที่ถูก พ.ศ. 2518)มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 จำคุกคนละ 12 ปี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 ปี ริบเงิน 30,000 บาท กับริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือให้กระทรวงสาธารณสุข ส่วนคำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์ฟ้อง พันตำรวจตรีสาคร ปู่ไทย จ่าสิบตำรวจนิพล เหมือนชู และสิบตำรวจโทวิโรจน์ แป้นอินทร์ ตรวจค้นรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน ผ-2435 เชียงราย ของจำเลยทั้งสองพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2,800 เม็ด น้ำหนัก 277.800 กรัม และธนบัตรชนิดต่าง ๆ จำนวน 30,000 บาท รวมกันอยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของบริเวณคันเกียร์ของรถยนต์กระบะดังกล่าว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจตรีสาครเป็นพยานเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุ 2 วัน พยานสืบทราบว่ามีสองสามีภริยาซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือต่อมาทราบภายหลังว่าคือจำเลยทั้งสองจะนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบให้นายสมปอง

ทับทิมศรี ที่บ้านของนายสมปอง เลขที่ 114 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี และโจทก์ยังมีจ่าสิบตำรวจนิพลเป็นพยานเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุพันตำรวจตรีสาครให้พยานกับพวกไปดูความเคลื่อนไหวที่บ้านของนายสมปองตั้งแต่เวลาประมาณ 11 นาฬิกา ครั้นเวลาประมาณ 13 นาฬิกา พยานรับแจ้งจากสายลับว่านายสมปองขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองเข้าไปบ้านของนายสมปองพยานจึงรายงานให้พันตำรวจตรีสาครทราบ พันตำรวจตรีสาครสั่งให้พยานกับพวกนำกำลังไปตรวจค้นบ้านดังกล่าว สำหรับเหตุการณ์ต่อจากนั้นพันตำรวจตรีสาคร จ่าสิบตำรวจนิพลและสิบตำรวจโทวิโรจน์เบิกความต่อไปว่าพยานโจทก์ทั้งสามกับพวกไปถึงบ้านของนายสมปองพบนางสมนึก ทองโตนด

มารดาภริยาของนายสมปอง และพบจำเลยทั้งสอง แต่ไม่พบนายสมปอง พยานโจทก์ทั้งสามตรวจค้นตัวบุคคลทั้งสามดังกล่าวไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้แสดงหมายค้นและตรวจค้นบ้านพบอาวุธปืนยาวขนาด .22 กระสุนปืนขนาด .22 และแม็กกาซีนสำหรับบรรจุกระสุนปืนขนาด .22 จากนั้นได้ตรวจค้นรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองพบเมทแอมเฟตามีน2,800 เม็ด และธนบัตรชนิดต่าง ๆ 30,000 บาท ของกลาง รวมกันอยู่ในซองพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของบริเวณคันเกียร์ของรถยนต์กระบะดังกล่าว สอบถามจำเลยทั้งสองรับว่าจำเลยทั้งสองนำเมทแอมเฟตามีนของกลางจากภาคเหนือจะมาส่งมอบให้นายสมปองส่วนธนบัตรของกลางได้จากการขายเมทแอมเฟตามีนพันตำรวจตรีสาครกับพวกจึงจับกุมจำเลยทั้งสอง โดยแจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขายและมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนดจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า รถยนต์กระบะมิตซูบิชิหมายเลขทะเบียนผ-2435 เชียงราย เป็นของจำเลยทั้งสอง และพันตำรวจตรีสาครกับพวกตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางจากรถยนต์กระบะดังกล่าวก็ตามแต่ได้ความจากจ่าสิบตำรวจนิพลเบิกความตอบคำถามค้านว่า ในวันเกิดเหตุช่วงเวลาเช้าเห็นนายสมปองขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองเข้าและออกจากบ้านของนายสมปองหลายครั้ง กับได้ความจากสิบตำรวจโทวิโรจน์เบิกความตอบคำถามค้านว่าก่อนเกิดเหตุ 1 หรือ 2 วัน เห็นนายสมปองขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองเข้าออกจากบริเวณบ้านของนายสมปอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งจ่าสิบตำรวจนิพลและสิบตำรวจโทวิโรจน์ต่างเบิกความตอบคำถามค้านอีกว่า ในวันเกิดเหตุก่อนที่พยานโจทก์ทั้งสองจะติดตามไปตรวจค้นและจับกุม

ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายสมปองกำลังขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองไปบ้านของนายสมปอง ทั้งจ่าสิบตำรวจนิพลยังยืนยันอีกว่าเห็นนายสมปองขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสอง นอกจากนี้พันตำรวจตรีสาครก็เบิกความตอบคำถามค้านว่า ก่อนจะเข้าตรวจค้นและจับกุมได้รับรายงานจากเจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มดูว่านายสมปองขับรถยนต์กระบะไปที่บ้านพยานกับพวกจึงเข้าตรวจค้นและจับกุม ยิ่งไปกว่านั้นได้ความจากสิบตำรวจโทวิโรจน์ต่อไปว่า เมื่อพยานกับพวกติดตามไปนายสมปองไหวตัวจึงหลบหนีไปก่อน มีเจ้าพนักงานตำรวจติดตามไปแต่ติดตามตัวไม่พบ ตามคำเบิกความตอบคำถามค้านของพยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวแสดงว่า นายสมปองได้ขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ก่อนวันเกิดเหตุแม้ในเวลาเช้าของวันเกิดเหตุนายสมปองก็ยังขับรถยนต์กระบะดังกล่าว

ใช่แต่เพียงเท่านั้นก่อนที่พันตำรวจตรีสาคร จ่าสิบตำรวจนิพลและสิบตำรวจโทวิโรจน์กับพวกจะติดตามรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองไปบ้านนายสมปองเพื่อตรวจค้นและจับกุม นายสมปองก็ยังขับรถยนต์กระบะของจำเลยโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองได้นั่งอยู่ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าวกับนายสมปองหรือได้เกี่ยวข้องกับรถยนต์กระบะดังกล่าวแต่อย่างใด กลับได้ความว่าเมื่อพันตำรวจตรีสาคร จ่าสิบตำรวจนิพล และสิบตำรวจโทวิโรจน์กับพวกติดตามไปที่บ้านของนายสมปองพบจำเลยทั้งสองอยู่ที่บ้านของนายสมปอง ทั้งยังได้ความอีกว่านายสมปองผู้ซึ่งขับรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองได้หลบหนีไปก่อนจะมีการตรวจค้นและจับกุมดังนี้ การที่พันตำรวจตรีสาครกับพวกตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางจากรถยนต์กระบะของจำเลยทั้งสองจึงไม่อาจเป็นข้อบ่งชี้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยทั้งสองแต่อาจเป็นของนายสมปองก็เป็นได้

ดังนั้น พยานหลักฐานโจทก์จึงมีแต่คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นจับกุม เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาและโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นจับกุมให้เห็นว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยทั้งสอง คดีโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยทั้งสองโดยไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานจำเลยทั้งสองที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นอนึ่ง เมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ศาลจะสั่งริบให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

พ.ศ. 2518 มาตรา 116 ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่มีการลงโทษตามมาตรา 89 เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขตามบทบัญญัติได้ แต่การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นความผิด จึงให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 สำหรับธนบัตรชนิดต่าง ๆ จำนวน 30,000 บาท ของกลางที่อยู่รวมกับเมทแอมเฟตามีนของกลางนั้น ไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้มาโดยการกระทำผิดในคดีนี้ ซึ่งการริบทรัพย์สินก็เป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(5) จึงต้องมีการฟ้องจำเลยในความผิดดังกล่าวและพิสูจน์ความผิดของจำเลยต่อศาลเสียก่อน เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยถึงการกระทำดังกล่าวในครั้งก่อนโดยตรง เพียงแต่กล่าวพาดพิงว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนเท่านั้นจึงยังไม่เป็นการเพียงพอ ศาลไม่อาจริบเงินจำนวน 30,000 บาท ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ เมทแอมเฟตามีนของกลางให้ริบ แต่เงินจำนวน 30,000 บาท ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ยงยศ นิสภัครกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2543

โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 1 วรรคสอง เพียงว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 540 เม็ด น้ำหนัก 45.679 กรัม ซึ่งคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 5.643 กรัม อันเป็นจำนวนเกินปริมาณที่รัฐมนตรีว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6995/2538

ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518มาตรา4ให้คำนิยามว่า"ขาย"หมายความรวมถึงจำหน่ายจ่ายแจกแลกเปลี่ยนส่งมอบหรือมีไว้เพื่อขายการที่เจ้าพนักงานตำรวจติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยโดยบอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2538

พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518มาตรา4บัญญัตินิยามคำว่า"ขาย"หมายความรวมถึงจำหน่ายจ่ายแจกแลกเปลี่ยนส่งมอบหรือมีไว้เพื่อขายฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกันการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2548

จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง 11,000 เม็ด ไว้ในครอบครอง ซึ่งเมื่อคำนวณน้ำหนักเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 233.633 กรัม ซึ่งเกินกว่า 20 กรัม จึงเข้าข้อสันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม พ.ร.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 739/2545

แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามข้อหาที่เจ้าพนักงานผู้จับกุมแจ้งว่ามีและใช้เครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้าโดยใต้แท่นเครื่องชั่งของกลางไม่มีแผ่นเหล็กบังคับห่วงคู่ด้านหน้าก็ตาม แต่ผู้จับกุมดังก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้