Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1771/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยได้แยกกันอยู่โดยมิได้อยู่กินฉันสามีภรรยาตั้งแต่พ.ศ.2531ระหว่างที่โจทก์แยกไปนั้นจำเลยเองก็ทราบดีกว่าโจทก์ไปพักอยู่ที่ใดแต่จำเลยก็มิได้ขวยขวายที่จะไปอยู่กันฉันสามีภรรยาโดยต่างคนต่างอยู่นับถึงวันฟ้องเป็นเวลานานถึง6ปีตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปีโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้ คดีนี้จำเลยฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเดือนละ5,000บาทนับแต่วันฟ้องแย้งคือวันที่5เมษายน2537จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่จำเลยเดือนละ5,000บาทนับแต่วันฟ้องคือวันที่14มกราคม 2537จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่จำเลยฟ้องแย้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา142ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์อยู่กันฉันสามีภรรยาและจดทะเบียนสมรสกับจำเลยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2519 โดยอยู่กันที่บ้านเลขที่ 33/395ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกับพี่สาวและน้องสาวของจำเลย ต่อมาประมาณเดือนมกราคม 2531 จำเลยด่าว่าดูหมิ่นเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรงพร้อมกับขับไล่โจทก์ออกจากบ้าน โจทก์จึงออกไปพักอาศัยอยู่ที่อื่นตั้งแต่นั้นมา โจทก์และจำเลยต่างฝ่ายต่างสมัครใจแยกกันอยู่จนถึงขณะยื่นฟ้องเป็นเวลานานเกินกว่า 3 ปี แล้ว โจทก์และจำเลยไม่อาจจะอยู่กินฉันสามีภรรยาร่วมกันได้โดยปกติสุข ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลยจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์และจำเลยอยู่กินฉันสามีภรรยาและมีบุตรด้วยกัน 1 คน

คือนายธีรฤทธิ์ กลางกัลยา อายุ 16 ปีจำเลยไม่เคยดูหมิ่นเหยียดหยามโจทก์ ไม่เคยไล่โจทก์ออกจากบ้านของจำเลย โจทก์และจำเลยแยกกันอยู่โดยความสมัครใจของโจทก์ฝ่ายเดียวจำเลยไม่ได้สมัครใจด้วย โจทก์มีหน้าที่อุปการะดูแลเลี้ยงดูบุตร จึงขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะและขอให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่จำเลยเรียกร้องมาในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นั้น เป็นจำนวนเงินที่สูงเกินกว่าความจำเป็น โจทก์สามารถที่จะจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ในอัตราเดือนละ 2,000 บาท ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย และให้จำเลยแต่ผู้เดียวเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองนายธีรฤทธิ์ กลางกัลยา บุตรผู้เยาว์ให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่จำเลยในอัตราเดือนละ5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิได้สมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์นั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยได้แยกกันอยู่โดยมิได้อยู่กินฉันสามีภรรยาตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ระหว่างที่โจทก์แยกไปนั้นจำเลยเองก็ทราบดีว่าโจทก์ไปพักอยู่ที่ใด แต่จำเลยก็มิได้ขวนขวายที่จะไปอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยต่างคนต่างอยู่นับถึงวันฟ้องคือวันที่ 14 มกราคม2537 เป็นเวลานานถึง 6 ปี ตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้อนึ่ง คดีนี้จำเลยฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งคือวันที่5 เมษายน 2537 จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่จำเลยเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องคือวันที่ 14 มกราคม 2537 จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ และศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืนเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่จำเลยฟ้องแย้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่จำเลยในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันที่ 5 เมษายน 2537 ซึ่งเป็นวันฟ้องแย้งจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · สมปอง เสนเนียม · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2567

เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกคือ ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2559

โจทก์บันทึกข้อความหลายตอนลงในสมุดบันทึกที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์มีความรักฉันชู้สาวกับชายอื่น ย่อมทำให้ครอบครัวแตกแยกขาดความปกติสุข อีกฝ่ายหนึ่งต้องมีความทุกข์ทรมาน ถือว่าได้รับความเดือดร้อนเกินควร การกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8611/2557

โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยซึ่งเป็นสามีอ้างเหตุว่า จำเลยทรมานร่างกายและจิตใจของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (3) โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ด้วยการใช้วาจาไม่สุภาพและทะเลาะกับโจทก์โดยไม่มีเหตุผลเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6471/2548

ระหว่างที่โจทก์และจำเลยแยกกันอยู่ จำเลยได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับบุคคลอื่น ซึ่งอาจทำให้โจทก์ถูกลงโทษทางวินัย และย่อมทำให้โจทก์ซึ่งเป็นหญิงได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1820/2537

การฟ้องหย่า นอกจากมีเหตุฟ้องหย่าได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516แล้ว ยังมีกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1515 ดังนั้นถ้ามีการหย่าโดยความยินยอมแล้ว แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมไปจดทะเบียนหย่า การหย่าโด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้