คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้จัดการโรงงานน้ำอัดลมของบริษัทเคียชิ้นเฮง จำกัด ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมต่าง ๆจำเลยกับนายเจียวล้ง ซึ่งหลบหนีจับตัวไม่ได้ บังอาจสมคบกันกระทำผิดต่อกฎหมายคือก. สมคบกันซื้อแสตมป์เครื่องดื่ม 1269 ดวง จำเลยมิได้รับความยกเว้นการซื้อแสตมป์เครื่องดื่มตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงข. สมคบกันมีแสตมป์เครื่องดื่มปลอม 1269 ดวง ซึ่งจำเลยซื้อไว้ดังกล่าวแล้วในข้อ ก. ไว้ในความครอบครองโดยเจตนาจะใช้ และจำเลยรู้อยู่แล้วว่าแสตมป์เครื่องดื่มดังกล่าวแล้วเป็นของปลอมแปลงจำเลยได้บังอาจใช้แสตมป์เครื่องดื่มปลอมดังกล่าวแล้ว 719 ดวงปิดขวดเครื่องดื่มที่จำเลยขึ้น 719 ขวด เพื่อนำออกจำหน่ายแก่ประชาชน
ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติภาษีเครื่องดื่ม พ.ศ. 2495มาตรา 13, 17 และกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องดื่มพ.ศ. 2495 มาตรา 13, 17 และกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216 แต่ให้ลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216 ซึ่งเป็นบทหนักกว่า พิพากษาให้จำคุกจำเลยไปมีกำหนด 4 เดือน และริบของกลางจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนแสตมป์เครื่องดื่มของกลางให้ริบโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าตามพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยสมคบกับนายเจียวล้งใช้แสตมป์ปลอม และฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้เห็นในเรื่องแสตมป์ปลอมรายนี้ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเป็นผู้จัดการทำน้ำอัดลม จำเลยจึงมีหน้าที่จะต้องดูแลความเป็นไปและกิจการของโรงงานให้เป็นที่เรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมาย ถ้ามีสิ่งใดผิดพลาดจำเลยจะต้องรับผิด การซื้อแสตมป์เครื่องดื่มนั้น นายเจียวล้งเป็นผู้ไปซื้อจำเลยน่าจะได้ตรวจตราว่าแสตมป์เครื่องดื่มที่ซื้อมาปลอมหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า เป็นการขัดต่อหลักกฎหมายว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางอาญา ดังที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 7 และ 43 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 และ 59 ก็มีบัญญัติไว้ทำนองเดียวกัน ไม่เหมือนกับความรับผิดในทางแพ่งดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาโจทก์