Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1784/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์พ.ศ.2522มาตรา54(2)ห้ามมิให้บริษัทเครดิตฟองซิเอร์กระทำการให้กู้ยืมเงินเว้นแต่การรับจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกันดังนั้นการที่โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ให้จำเลยทั้งสองกู้เงินโดยมิได้มีการจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกันจึงฝ่าฝืนบทกฎหมายดังกล่าวตกเป็นโมฆะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 113 ป.พ.พ. มาตรา 150 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการเกี่ยวกับธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน 195,303.24 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ต่อปี นับแต่วันกู้จนกว่าจะชำระเสร็จต่อมาจำเลยทั้งสองผิดนัดโจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 242,933.62 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจให้กู้ยืมเงิน และไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ จำเลยทั้งสองไม่ได้กู้เงินและไม่ได้รับเงินจำนวนตามฟ้องจำเลยทั้งสองตกลงซื้อที่ดินพร้อมบ้านจากบริษัทเคหะนครจำกัด ในราคา 195,303.24 บาท โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือนบริษัทเคหะนคร จำกัด ให้จำเลยผ่อนชำระค่างวดผ่านทางโจทก์จำเลยผ่อนชำระค่างวดไปแล้วเป็นเงิน 17,200 บาท

จำเลยทั้งสองได้ไปติดต่อขอกู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อจะนำไปชำระหนี้ที่เหลือ ซึ่งจำเลยต้องนำที่ดินและบ้านดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ แต่บริษัทเคหะนคร จำกัด ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยได้ โดยอ้างว่าติดภาระจำนองกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสีลม เพื่อเป็นประกันสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีของโจทก์ โจทก์กับบริษัทเคหะนคร จำกัดสมคบกันเพื่อฉ้อโกงจำเลยจำเลยไม่แน่ใจว่าบริษัททั้งสองจะจัดการไถ่ถอนจำนองและโอนกรรมสิทธิ์ให้จึงไม่ชำระค่าที่ดินและบ้านโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน242,933.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 188,299.07 บาท กับชำระเบี้ยประกันภัยรายเดือนเดือนละ 27.66 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาโจทก์การให้กู้ยืมเงินของโจทก์ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 หรือไม่ เห็นว่าตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 54(2) บัญญัติห้ามมิให้บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ กระทำการให้กู้ยืมเงินเว้นแต่การรับจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกัน ฉะนั้นการที่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองกู้เงินจำนวน 195,303.24 บาท โดยที่มิได้มีการจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกัน จึงฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวตกเป็นโมฆะที่โจทก์อ้างว่าตามบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับให้โจทก์ต้องรับจดทะเบียนจำนองในวันทำสัญญากู้แต่อย่างใดนั้น ตามคำฟ้องของโจทก์ก็มิได้ฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองนำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนจำนองกับโจทก์ตามที่ระบุในสัญญา แต่เป็นการฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย แสดงว่าโจทก์มิได้นำพาจะให้มีการจดทะเบียนจำนองตามสัญญาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2958/2566

จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ พ. เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย ภายหลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงเป็นนิติกรรมที่กระทำไปโดยฝ่าฝืนต่อ พ.ร.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9523/2557

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ทำสัญญาซื้อขายทรัพย์จำนองกับจำเลยที่ 1 ถือว่าเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี กระทำในฐานะเป็นผู้แทนธนาคาร ท. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีเดิม เมื่อจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2680/2551

จำเลยทำสัญญาประกันผู้ต้องหากับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารโดยมีร้อยตำรวจเอก อ. เป็นผู้รับสัญญาเป็นตัวแทนคู่สัญญากับจำเลย ร้อยตำรวจเอก อ. จึงมิได้กระทำในฐานะส่วนตัว เมื่อจำเลยไม่ส่งผู้ต้องหาแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6096/2550

หนังสือสัญญากู้เงินมีใจความว่า ผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้เป็นรายเดือนสำหรับเงินกู้ตามสัญญานี้ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี หรือตามอัตราดอกเบี้ยใหม่ ซึ่งผู้ให้กู้อาจเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือต่ำกว่าอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้