คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยอย่าให้ เข้าเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ แลตั้งทุนทรัพย์ ๑๕๐ บาท จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ ศาลเดิมฟังว่าที่พิพาทเป็นที่มฤดกโจทก์ปกครองฝ่ายเดียวมาช้านาน ส่วนจำเลยมิได้เข้ามาเกี่ยวข้องในที่นี้ตั้ง ๑๐ ปีเศษแล้ว จึงห้ามจำเลยมิให้เข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาท
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงศาลเดิมสั่งว่าคดีนี้ เป็นคดีฟ้องขอเรียกที่ดินซึ่งเป็นคดีชนิดไม่มีทุนทรัพย์แลศาลเรียกค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ฉะนั้นจำเลยอุทธรณ์ได้
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีมฤดกโจทก์จำเลยต่างแบ่งเป็นเจ้าของที่ดินกันแลโจทก์ตีราคาที่มา ๑๕๐ บาท ราคา ๑๕๐ บาท นี่แหละเป็นทุนทรัพย์ของคดีจะเรียกว่าคดีไม่มีทุนทรัพย์ไม่ได้ ฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยจึงต้องห้ามตาม ม.๓ ข้อ ๒ แห่ง พ.ร.บ. ลักษณอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๗๓ จำเลยฎีกาว่าคดีนี้ศาลเรียกค่าขึ้นศาล ๒๐ บาท ซึ่งเท่ากับทุนทรัพย์ ๕๐๐ บาทจำเลยย่อมอุทธรณ์ได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีโจทก์ตั้งทุนทรัพย์ ๑๕๐ บาท แม้ศาลเรียกค่าขึ้นศาล ๒๐ บาทก็ดี จำเลยก็อุธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้ตามฎีกาที่ ๓๕๖/๒๔๗๖ จึงตัดสินยืน