Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลมีคำสั่งให้โจทก์จำเลยตรวจสอบเอกสาร และกำหนดเวลาให้จำเลยคัดค้านความไม่ถูกต้องของเอกสารและยอดเงินเป็นหนี้ที่โจทก์ฟ้องหากจำเลยไม่แถลงให้ถือว่าถูกต้องเมื่อปรากฏว่าการยื่นคำร้องขอขยายเวลาตรวจสอบเอกสารของจำเลยมิได้มอบฉันทะให้ผู้ใดมายื่นแทนเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 64 ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องนั้นโดยหลงผิดว่าได้มีการยื่นคำร้องโดยชอบแล้ว จึงมีอำนาจเพิกถอนคำสั่งนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เมื่อศาลได้เพิกถอนคำสั่งและยกคำร้องของจำเลยเสียแล้ว ก็เสมือนจำเลยไม่แถลงการณ์ถึงความไม่ถูกต้องของบัญชีโจทก์ตามคำสั่งศาลกรณีต้องถือว่าจำเลยได้ยอมรับยอดหนี้ตามฟ้องของโจทก์เป็นการถูกต้องแล้ว เจ้าพนักงานศาลไม่มีหน้าที่ทักท้วงหรือแนะนำคู่ความในกระบวนความแต่อย่างใด เป็นหน้าที่ของคู่ความจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่บังคับไว้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้อื่น จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้ต่อโจทก์ว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามบัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 55 เป็นเงิน 7,166,574.59 บาท และจำเลยได้ออกตั๋วแลกเงินและออกเช็คสั่งจ่ายเงิน จนถึงวันฟ้องจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน14,123,369.34 บาท ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมกับดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์เป็นจำนวนเงินถึง 14,123,369.34 บาทในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงว่า หากได้ตรวจเอกสารให้หมดแล้วอาจตกลงกับโจทก์ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ถ้าคู่ความได้ตรวจเอกสารต่อหน้าศาลก็อาจทำให้การพิจารณาสะดวกและรวดเร็วขึ้น จึงนัดให้คู่ความทำการตรวจเอกสารกันที่ศาล หากมีการผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสารที่โจทก์อ้าง ให้จำเลยแถลงให้ศาลทราบ ได้มีการตรวจเอกสารกัน 5 ครั้งแล้ว ในวันนัดตรวจเอกสารต่อมาวันที่ 27 ตุลาคม 2515 ศาลชั้นต้นสั่งว่าถ้าจำเลยจะโต้แย้งความไม่ถูกต้องเอกสารหลักฐานของโจทก์ให้จำเลยทำคำแถลงยื่นต่อศาลภายใน 30 วัน หากจำเลยไม่แถลงภายในกำหนดดังกล่าว ศาลจะถือว่าจำเลยไม่คัดค้านความไม่ถูกต้องของเอกสารและจำนวนยอดหนี้ของโจทก์ และให้นัดพร้อมในวันที่ 29 พฤศจิกายน ครั้นวันที่ 27 พฤศจิกายน 2515 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาการทำการตรวจสอบและคิดยอดเงินที่เป็นหนี้โจทก์ต่อไปอีก 2 เดือน ในวันนัดพร้อมที่ 29 พฤศจิกายน 2515 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาตรวจสอบเอกสารไปอีก 30 วัน

หากพ้นกำหนดแล้วจำเลยไม่แถลงถึงความไม่ถูกต้องของบัญชีโจทก์ ถือว่าจำเลยรับยอดหนี้ตามฟ้องของโจทก์ว่าถูกต้องแล้ว และให้นัดพร้อมวันที่ 3 มกราคม 2516 วันที่ 29 ธันวาคม 2515 ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าได้ให้นักบัญชีตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีค่าดอกเบี้ยผิดพลาด 5 แห่ง ขอขยายเวลาตรวจสอบบัญชีต่อไปอีก 2 เดือน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและให้นัดพร้อมในวันที่ 2 มีนาคม 2516 ในวันเดียวกันนั้นเอง ความปรากฏแก่ศาลโดยพนักงานศาลรายงานว่า คำร้องลงวันที่ 29 ธันวาคม 2515 ของจำเลยดังกล่าว จำเลยหรือทนายจำเลยไม่ได้นำมายื่นต่อศาลด้วยตนเอง ได้มอบให้บุคคลอื่นมายื่นแทนโดยไม่มีใบมอบฉันทะ ศาลชั้นต้นจึงเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้ขยายเวลาตรวจสอบบัญชีออกไป และให้ยกคำร้องนั้นเสีย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วันที่ 3 มกราคม 2516 คู่ความมาศาลตามที่นัดพร้อมไว้แต่เดิม ศาลสอบถามทนายจำเลยแถลงว่าคำร้องฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2515 นั้น ทนายจำเลยได้ให้นายประมุข เจริญพานิช น้องชายทนายจำเลยนำมายื่นต่อศาลโดยลืมทำใบมอบฉันทะมาด้วย

ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 64 จึงให้ถือว่าจำเลยไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องยอดเงินหนี้ของโจทก์ และถือว่าจำเลยยอมรับยอดหนี้ของโจทก์ถูกต้องแล้ว ตามคำสั่งในรายงานพิจารณาลงวันที่ 27 ตุลาคม 2515 และฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2515 คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องสืบพยานกันต่อไป ให้นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงินจำนวน 14,123,369.34 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฏว่าการยื่นคำร้องของจำเลยมิได้มอบฉันทะ ให้ผู้ใดมายื่นแทน เป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 64 ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องนั้นโดยหลงผิดว่าได้มีการยื่นคำร้องโดยชอบแล้ว จึงมีอำนาจเพิกถอนคำสั่งนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เจ้าพนักงานศาลไม่มีหน้าที่ที่จะทักท้วงหรือแนะนำคู่ความในกระบวนความแต่อย่างใด เป็นหน้าที่ของคู่ความจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่บังคับไว้

เมื่อศาลได้เพิกถอนคำสั่งและให้ยกคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2515 เสียแล้วก็เสมือนจำเลยมิได้แถลงศาลถึงความไม่ถูกต้องของบัญชีโจทก์ ตามคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27 ตุลาคม 2515 และ 29 พฤศจิกายน 2515 กรณีต้องฟังว่าจำเลยได้ยอมรับยอดหนี้ตามฟ้องของโจทก์เป็นการถูกต้องแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · ชุ่ม สุนทรธัย · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้