เนื้อความคำพิพากษา
ผู้ร้องก็มายื่นคำร้องคดีนี้ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เห็นว่าตามสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่ คงมีปัญหาว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยหรือไม่ ได้ความว่าผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี คนละอำเภอต่างจังหวัดกัน ผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยจะเอารถจักรยานยนต์ของกลางไปกระทำผิดเมื่อใดถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยในข้อที่โจทก์ฎีกาว่าพยานผู้ร้องเบิกความว่า หากจำเลยนำค่าเช่าซื้อมาชำระก็จะรับและให้เช่าซื้อต่อไป แสดงว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ แม้จำเลยจะนำรถไปกระทำความผิดนั้น ก็เป็นเรื่องผู้ร้องไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาเท่านั้น ไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.