Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1790/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไม่ตรงตามคำฟ้องและคำให้การจำเลย และไม่พิจารณาพิพากษาคดีไปตามประเด็นในคำฟ้องคำให้การ เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 และมาตรา 183 เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลสูงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปตามประเด็นที่ถูกต้องได้ และถือไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงกันสละประเด็นข้ออื่นตามคำฟ้องและคำให้การแล้วท้ากันให้ศาลวินิจฉัยแต่เพียงในประเด็นตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลูกเรือนรุกล้ำและบังหน้าที่ดินโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและรื้อสิ่งก่อสร้างออกไปให้พ้นที่ดินและหน้าที่ดินโจทก์จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นความจริง ที่ดินที่จำเลยอาศัยปลูกบ้านอยู่เป็นที่สาธารณประโยชน์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินมาเกินกว่า10 ปีแล้ว โจทก์ทราบว่าจำเลยได้บุกรุกที่ดินพิพาทตั้งแต่ก่อนที่โจทก์จะซื้อมา การจดทะเบียนสิทธิของโจทก์จึงไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นไม่ถูกต้อง

ทั้งจำเลยบุกรุกที่ดินโจทก์ยังไม่ถึง 10 ปีศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เรือนของจำเลยส่วนหนึ่งปลูกอยู่ในโฉนดของโจทก์ โจทก์รับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิมโดยสุจริต จำเลยอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองยันโจทก์ไม่ได้ พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปให้พ้นหน้าที่ดินและที่ดินโจทก์จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ประเด็นเดียวว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้วหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดไว้ การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยใช้ยันโจทก์ได้ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทอยู่ 2 ข้อ คือ 1. จำเลยปลูกเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์หรือไม่2. จำเลยปลูกเรือนและทำรั้วบังหน้าที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์ออกสู่ถนนไม่ได้จริงหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนออกไปให้พ้นหน้าที่ดินโจทก์หรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้วหรือไม่นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ตรงประเด็นตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยและถือไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงกันสละประเด็นข้ออื่นตามคำฟ้องและคำให้การแล้วท้ากันให้ศาลวินิจฉัยแต่เพียงในประเด็นตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้นั้น

เพราะไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงท้ากันหรือสละข้อหาข้อต่อสู้ตามคำฟ้องหรือคำให้การของตนแต่อย่างใด การที่ศาลชั้นต้นไม่พิจารณาและพิพากษาคดีไปตามประเด็นในคำฟ้อง คำให้การทั้งมิใช่เป็นเรื่องที่คู่ความได้ท้ากันนี้ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 และ 183 เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลสูงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปตามประเด็นที่ถูกต้องได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554419)

แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8867/2554

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยพูดชักชวนผู้เสียหายให้ไปร่วมประเวณีกับ อ. แต่พิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด โจทก์อุทธรณ์ จำเลยกล่าวแก้อุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้พูดชัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7742/2554

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบิดายกให้และจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ส่วนผู้ร้องสอดร้องสอดว่า ครอบครองที่ดินพิพาทเพราะบิดายกให้ ผู้ร้องสอดทำประโยชน์ตลอดมาและแบ่งท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้