Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่จะถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาได้นั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่า เป็นหนี้ที่ต้องด้วยลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ตาม ม.1482 หากเป็นหนี้ที่ภริยาไปทำขึ้นโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาต และสามีได้บอกล้างแล้ว เจ้าหนี้จะยึดสินบริคณห์ทั้งหมดมาชำระหนี้มิได้ เจ้าหนี้ต้องขอแบ่งแยกสินบริคณห์ส่วนของภริยาออกชำระหนี้ทางศาล ตาม ม.1483 ถ้าเจ้าหนี้มิได้ขอแบ่งสินบริคณห์ ศาลจะสั่งแยกไปทีเดียวไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า โจทก์นำยึดเรือนเลขทะเบียนที่ ๒๔๐/๑ ว่าเป็นของนางเยื้อนจำเลยที่ ๑ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นภริยาผู้ร้อง ๆ ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ ว่าเป็นสินบริคณห์ จำเลยที่ ๑ กู้เงินรายนี้เป็นส่วนตัว ผู้ร้องไม่รู้เห็นยินยอมอนุญาต และได้บอกล้างแล้ว

โจทก์ให้การแก้ว่า ผู้ร้องไม่ใช่สามีจำเลยที่ ๑ ได้ละทิ้งไปนานปล่อยให้จำเลยที่ ๑ แสดงตนว่าไม่มีสามีแม้เป็นสามีก็ต้องรับผิดด้วย เพราะเป็นหนี้ร่วมกันและผู้ร้องเชิดหรือยอมให้จำเลยที่ ๑ เชิดตัวเองว่าเป็นผู้ทำการแทน โจทก์จะได้ขอแยกสินบริคณห์จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ต่อไป ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ถอนการยึด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เงินกู้รายนี้ไม่ปรากฎว่า จำเลยที่ ๑ กู้ไปเพื่ออะไร และโจทก์ก็ไม่สืบให้เห็นว่า เป็นหนี้ที่ต้องด้วยลักษณะข้อใดข้อหนึ่งตาม ม.๑๔๘๓ จึงถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องไม่ได้ เมื่อได้ความว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์โดยผู้ร้องซึ่งเป็นสามีไม่ได้ยินยอมอนุญาตและได้บอกล้างแล้ว ก็จะบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินบริคณห์ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องไม่ได้ โจทก์ไม่มีสิทธิยึดเรือนพิพาท คดีนี้โจทก์ยึดเรือนพิพาทเพื่อขายชำระหนี้ทั้งหมด หาได้ดำเนินการในทางขอต่อศาลให้แยกสินบริคณห์ส่วนของจำเลยที่ ๑ ออกชำระหนี้โจทก์ตาม ม.๑๔๘๓ ไม่ และโจทก์กล่าวไว้ว่า จะร้องขอแยกสินบริคณห์จำเลยที่ ๑ ต่อไปภายหลัง ในชั้นนี้ศาลจะสั่งให้ดำเนินการแบ่งแยกสินบริคณห์ไปทีเดียวไม่ได้ เพราะผู้ร้องอาจมีข้อต่อสู้อื่น ๆ อีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชาวินิจฉัย · จำรูญเนติศาสตร์ · ประวัติ ปัตตพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้