Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18028/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าโจทก์เป็นเจ้าของบ้านเช่าครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น เปิดให้เช่า 5 คูหา ต่อมาฟ้าผ่าเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งยังไม่ต่อสายล่อฟ้าลงพื้นดินเป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามสายไฟฟ้าเข้ามิเตอร์วัดไฟที่ต่อให้ประชาชนใช้ตามบ้านจนเกิดเพลิงไหม้อาคารบ้านเรือนรวมถึงอาคารบ้านเรือน 5 คูหาของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายเลขที่บ้านเป็นเลขที่ 81 แต่ทางพิจารณาเป็นเลขที่ 16 ก็เป็นข้อแตกต่างที่ไม่เป็นสาระสำคัญ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 2,132,496 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,064,913 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ใช้ค่าขาดประโยชน์เดือนละ 10,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกเสียจากสารบบความ และโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกบริษัทอัลคาเทล - ลูเซ่น เซี่ยงไฮ้ เบลล์ (ฮ่องกง) ลิมิเต็ด โดยอัลคาเทล - ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 914,913 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน เดือนละ 10,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปเป็นระยะเวลา 12 เดือน แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท สำหรับค่าธรรมเนียมศาลที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถานั้น ให้จำเลยที่ 1 นำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ (เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ชำระเท่าที่โจทก์ชนะคดี) ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยร่วมให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่จำเลยที่ 1 เสียเกินมา 17,032 บาท และคืนค่าขึ้นศาลในอนาคตชั้นอุทธรณ์แก่จำเลยที่ 1 กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยที่ 1 โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสามปากอยู่ห่างจากเสารับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 20 เมตร เมื่อพยานโจทก์ได้ยินเสียงฟ้าผ่าเสียงดังย่อมมองไปตามเสียงดังกล่าว จากคำเบิกความของนายคมสันพยานจำเลยที่ 1 ได้ความว่า เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นโครงเหล็กสูงถึง 47 เมตร และส่วนยอดติดตั้งแท่งล่อฟ้าเพื่อป้องกันฟ้าผ่ายาว 70 เซนติเมตร เสาส่งสัญญาณดังกล่าวเป็นจุดที่สูงที่สุดซึ่งพยานโจทก์ทั้งสามสามารถมองเห็นตั้งแต่ยอดเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ลงมาได้โดยปราศจากสิ่งบดบัง

พยานโจทก์ทั้งสามมิได้เป็นผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้จึงมิได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เชื่อว่า นายนิวาส นายไพบูลย์ และนางรดี เห็นแสงไฟฟ้าเคลื่อนที่ไปตามสายไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังหม้อแปลงของจำเลยที่ 2 ส่วนที่นายวีระพันธ์พยานจำเลยที่ 1 มาตรวจที่เกิดเหตุแล้วทำความเห็นว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นไปได้ว่าฟ้าผ่าลงบนเสาโทรทัศน์โดยตรงเนื่องจากระยะบ้านและความสูงของเสาโทรทัศน์อยู่นอกเหนือระยะป้องกันฟ้าผ่าของสถานี และจากการที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงหลังเดียวเสียหายทั้งที่ไม่ได้เปิดใช้งานแต่เสียบปลั๊กอยู่นั้นเป็นส่วนสนับสนุนถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว เห็นว่า นายวีระพันธ์มาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อทราบสาเหตุว่าฟ้าผ่าลงที่ใดหลังเกิดเหตุนานถึงหนึ่งปี

สถานที่เกิดเหตุและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ย่อมเปลี่ยนแปลงไปมาก รายงานการศึกษา ระบุว่า การตรวจสอบใช้วิธีตรวจสอบภาพถ่ายและหลักฐานต่าง ๆ ของสถานียางสีสุราช ณ ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ และคำบอกเล่าของชาวบ้านเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์และเครื่องเสียงเสียหาย ซึ่งตามรายงานดังกล่าวไม่มีรายละเอียดของภาพถ่ายและหลักฐานต่าง ๆ ของสถานีว่ามีอะไรบ้าง และที่ว่าคำบอกเล่าของชาวบ้านเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น ชาวบ้านดังกล่าวเป็นใคร มีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด ก็ไม่ปรากฏให้ตรวจสอบได้ ข้อสันนิษฐานของนายวีระพันธ์ที่ว่าฟ้าผ่าลงบนเสาโทรทัศน์โดยตรงหักล้างคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากไม่ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุฟ้าผ่าลงบนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 นอกจากนี้นายคมสันพยานจำเลยเบิกความรับว่า

ขณะเกิดเหตุการก่อสร้างและการติดตั้งอุปกรณ์เสาส่งสัญญาณยังไม่เสร็จสมบูรณ์ สิ่งที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์คือ การฝังสายกราวด์อุปกรณ์ตามระบบต่อลงดิน ซึ่งต่อลงมาจากแผ่นกราวด์ที่ติดตั้งไว้บนเสาส่งสัญญาณเพื่อฝังลงดินเท่านั้น ซึ่งสายดังกล่าวมิใช่สายล่อฟ้าหรือสายตัวนำลงดินของเสาส่งสัญญาณ ตามคำของนายคมสันข้อเท็จจริงรับฟังเพิ่มเติมได้ว่า ขณะที่ฟ้าผ่าลงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น การก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์เสาส่งสัญญาณยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ที่นายคมสันเบิกความว่า สำหรับสิ่งที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์คือ การฝังสายกราวด์อุปกรณ์ตามระบบต่อลงดินมิใช่สายล่อฟ้านั้น นายคมสันเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า หลังเกิดเหตุแล้วประมาณเกือบหนึ่งปี

พยานจึงไปดูเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่อำเภอยางสีสุราช ข้อเท็จจริงที่นายคมสันเบิกความถึงความไม่เสร็จสมบูรณ์ของการก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าว น่าจะเบิกความตามที่ได้รับรายงาน ไม่มีการตรวจสอบว่าสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จเป็นการฝังสายกราวด์อุปกรณ์ตามระบบต่อลงดินจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุฟ้าผ่าลงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งยังก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ไม่แล้วเสร็จ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเป็นลูกไฟเคลื่อนที่จากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปตามสายไฟฟ้าของจำเลยที่ 2จนถึงหม้อแปลงใหญ่เป็นเหตุให้หม้อแปลงระเบิดและเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนของประชาชน 9 ราย

รวมโจทก์ด้วย อันเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนที่จำเลยที่ 1 แก้ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า โจทก์เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 81 หมู่ที่ 9 ตำบลยางสีสุราช อำเภอยางสีสุราช ซึ่งเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น เปิดให้เช่ารวม 5 คูหา แต่ทางพิจารณาว่า บ้านโจทก์ที่ถูกเพลิงไหม้คือบ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 9 ตำบลยางสีสุราช จึงแตกต่างจากข้ออ้างในคำฟ้องอันเป็นสาระสำคัญ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าโจทก์เป็นเจ้าของบ้านเช่าครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น เปิดให้เช่า 5 คูหา ต่อมาฟ้าผ่าเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งยังไม่ต่อสายล่อฟ้าลงพื้นดิน เป็นเหตุให้เกิดกระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามสายไฟฟ้าเข้ามิเตอร์วัดไฟที่ต่อให้ประชาชนใช้ตามบ้านจนเกิดเพลิงไหม้อาคารบ้านเรือนรวมถึงอาคารบ้านเรือน 5 คูหาของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายเลขที่บ้านเป็นเลขที่ 81 แต่ทางพิจารณาเป็นเลขที่ 16 ก็เป็นข้อแตกต่างที่ไม่เป็นสาระสำคัญ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งคืนและค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสฬส สุวรรณเนตร์ · อภิรัตน์ ลัดพลี · ไมตรี สุเทพากุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายชัยพร ศรีโบราณ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายชัยพร สมบุญวงค์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2677/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2305/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2178/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้