Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ร.ส.พ.สาขาจังหวัดขอนแก่นดำเนินงานอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้จัดการ ร.ส.พ. สาขาจังหวัดอุดรธานี จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของ ร.ส.พ.ประจำอยู่ที่สาขาจังหวัดขอนแก่น จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถร่วมที่นำรถยนต์เข้าร่วมกิจการขนส่งสินค้ากับ ร.ส.พ. จำเลยที่ 1 มีหน้าที่รักษาเงินของ ร.ส.พ.สาขาขอนแก่น ได้เบียดบังเอาเงินของ ร.ส.พ.ซึ่งอยู่ในหน้าที่รักษาของจำเลยที่ 1 เอง ด้วยวิธีทำหลักฐานเท็จเบิกจ่ายเงินไป โดยให้จำเลยที่ 2 ทำหลักฐานเท็จยื่นต่อจำเลยที่ 1 ขอเบิกเงินค่าขนส่งสินค้า อันเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ดังนี้ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานฯ มาตรา 4 ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามบทมาตราดังกล่าวประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานยังได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตในการขอเบิกจ่ายเงินประเภทที่จะต้องขอเบิกจ่ายต่อ ร.ส.พ.สาขาอุดรธานี ด้วยการทำหลักฐานเท็จเสนอขออนุมัติจ่าย จนผู้จัดการ ร.ส.พ.สาขาอุดรธานีหลงเชื่ออนุมัติให้จ่ายเงินแก่จำเลยที่ 2 ที่สถานี ร.ส.พ.สาขาอุดรธานี การกระทำของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้เป็นความผิดตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดส่วนนี้ การกระทำผิดของจำเลยหาต้องด้วยมาตรา 8 ด้วยไม่ และเมื่อเป็นความผิดตามบทมาตราดังกล่าวแล้ว ก็ไม่ต้องปรับบทด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ป.อ. มาตรา 86 ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 352

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๔,๘,๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒,๘๖,๘๓ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงินรวม ๒๖๔,๔๘๑ บาท ๖๒ สตางค์ แก่องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ด้วย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ คดีได้ความว่า องค์การ ร.ส.พ.เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์รับจ้างขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ทั่วประเทศ การขนส่งมีการใช้รถยนต์ของ ร.ส.พ.และรถยนต์ของเอกชนที่นำเข้ามาร่วมกิจการด้วย ร.ส.พ.มีสาขาทุกจังหวัด ร.ส.พ.สาขาจังหวัดขอนแก่นดำเนินงานอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้จัดการ ร.ส.พ.สาขาจังหวัดอุดรธานี จำเลยที่ ๑ เป็นพนักงานของ ร.ส.พ.มีตำแหน่งเป็นพนักงานรับส่งสินค้าประจำอยู่ ร.ส.พ.สาขาจังหวัดขอนแก่น จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถร่วมที่นำรถยนต์เข้าร่วมกิจการขนส่งสินค้ากับ ร.ส.พ.ในเขตจังหวัดขอนแก่นทั้งประเภทเหมาหลังและประเภทวิธีด่วนและบุหรี่ สำหรับเงินค่าจ้างถ้าเป็นการขนส่งประเภทเหมาหลัง จะได้ค่าจ้างร้อยละ ๘๘ ของเงินค่าขนส่งแต่ละครั้ง

ถ้าเป็นการขนส่งประเภทวิธีด่วนและบุหรี่จะได้ค่าจ้างตามน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและคิดตามระยะทางวิธีปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง จำเลยที่ ๒ ต้องออกใบเสร็จรับเงินจำนวนเงินที่ขอเบิกและแสดงหลักฐานการขนส่งสินค้า จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ตรวจสอบ การขอเบิกประเภทเหมาหลังใช้แบบพิมพ์ ร.ส.พ.๓๓ การขนส่งประเภทวิธีด่วนและบุหรี่ใช้แบบพิมพ์ ร.ส.พ.๘ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำเอกสารเท็จแสดงว่าจำเลยที่ ๒ ขนส่งสินค้าทั้งประเภทเหมาหลังและประเภทวิธีด่วนและบุหรี่ โดยขอเบิกเงินค่าขนส่งเท็จจาก ร.ส.พ.หลักฐานเท็จประเภทเหมาหลัง จำเลยที่ ๑ เบิกจ่ายเงินตามแบบพิมพ์ ร.ส.พ.๓๓ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ลงชื่อเป็นผู้อนุมัติจ่ายเงิน โดยจ่ายจากเงินรายได้ประจำวันของ

ร.ส.พ.สาขาจังหวัดขอนแก่นที่อยู่ในความดูแลรักษาของจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ รับไป ส่วนหลักฐานเท็จประเภทวิธีด่วนและบุหรี่ จำเลยที่ ๑ เบิกจ่ายตามแบบพิมพ์ ร.ส.พ.๘ แล้วส่งหลักฐานเท็จนี้ไปขอเบิกเงินเครดิตจากผู้จัดการ ร.ส.พ.สาขาจังหวัดอุดรธานี ผู้จัดการ ร.ส.พ.สาขาจังหวัดอุดรธานีหลงเชื่อหลักฐานเท็จนั้น จึงได้อนุมัติจ่ายเงินเครดิตให้จำเลยที่ ๒ การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าว ทำให้ ร.ส.พ.เสียหายเป็นเงิน ๒๓๓,๔๘๑ บาท ๖๒ สตางค์ และจำเลยทั้งสองได้เก็บเงินค่าจ้างขนส่งสินค้าที่หน่วยราชการจ้าง ร.ส.พ.สาขาจังหวัดขอนแก่นขนส่งสินค้าไปยังที่ต่าง ๆ หลายครั้งรวมเป็นเงิน ๓๑,๐๐๐ บาท แล้วจำเลยทั้งสองไม่นำส่งเป็นรายได้ของ ร.ส.พ.ตามระเบียบ กลับเบียดบังยักยอกเอาเป็นของตนเสียโดยทุจริต ทำให้ ร.ส.พ.เสียหายเป็นเงิน ๓๑,๐๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๔,๘,๑๑ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๔,๘,๑๑ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖,๘๓ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๘ ซึ่งเป็นกระทงหนัก จำคุก ๑๕ ปี ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๘ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ จำคุก ๑๐ ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงินรวม ๒๖๔,๔๘๑ บาท ๖๒ สตางค์ แก่องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ด้วย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ได้รับเงินค่าขนส่งสินค้าจากหน่วยงานที่ว่าจ้างให้ ร.ส.พ.ส่งสินค้าแล้วไม่นำส่งเป็นรายได้ของ ร.ส.พ.กลับเบียดบังเอาไว้เป็นจำนวน ๒,๓๔๐ บาทนั้น เป็นความผิดของจำเลยที่ ๑ แต่เพียงผู้เดียว จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ร่วมกระทำผิดด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงิน ๒๔๔,๙๘๑ บาท ๖๒ สตางค์แก่องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ แล้วให้จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวคืนหรือใช้เงิน ๒,๓๔๐ บาทแก่องค์การรับส่งสินค้าและพัสุดภัณฑ์ นอกจากนี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดจริง และวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยมานั้นยังไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยที่ ๑ เป็นพนักงานของ ร.ส.พ.มีหน้าที่รักษาเงินของ ร.ส.พ.สาขาขอนแก่น ได้เบียดบังเอาเงินของ ร.ส.พ.ซึ่งอยู่ในหน้าที่รักษาของจำเลยที่ ๑ เป็นของจำเลย ด้วยวิธีทำหลักฐานการขอเบิกเงินแบบ "ร.ส.พ.๓๓" เท็จเบิกจ่ายเงินไป และเมื่อได้รับเงินค่าขนส่งสินค้าจากหน่วยงานที่ว่าจ้างให้ส่งสินค้าแล้ว จำเลยที่ ๑ ก็เบียดบังเอาเสีย การกระทำของจำเลยที่ ๑ ทั้งสองประการนี้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔ และเฉพาะการเบียดบังเงินด้วยวิธีทำหลักฐานการขอเบิกเงินแบบ

"ร.ส.พ.๓๓" เท็จเบิกจ่ายเงินไปในประการแรกเท่านั้นที่จำเลยที่ ๒ ได้กระทำการอันเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดด้วย นอกจากการเบียดบังเงินซึ่งอยู่ในหน้าที่รักษาของตนเองแล้ว เกี่ยวกับเงินค่าขนส่งสินค้าประเภทวิธีด่วนและบุหรี่นั้น จำเลยที่ ๑ ผู้เป็นพนักงานก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการขอเบิกจ่ายเงินโดยทุจริตด้วยการทำหลักฐานเท็จในแบบ "ร.ส.พ.๘" เสนอขออนุมัติเบิกจ่ายต่อผู้จัดการ ร.ส.พ.สาขาอุดรธานี จนผู้จัดการ ร.ส.พ.สาขาอุดรธานีหลงเชื่ออนุมัติให้จ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ ๒ จากเงินเครดิตที่สถานี ร.ส.พ.สาขาอุดรธานี การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๑ และจำเลยที่ ๒ ก็เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวนี้ การกระทำผิดของจำเลยหาต้องด้วยมาตรา ๘ ดังที่ศาลล่างปรับบทไว้ด้วยไม่ และเมื่อการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามบทมาตราดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว ก็ไม่ต้องปรับบทด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ อีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ และ ๑๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามบทมาตราดังกล่าวประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔ อันเป็นกระทงหนักที่สุด ให้จำคุก ๑๕ ปี ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามบทมาตราดังกล่าวประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ ให้จำคุก ๑๐ ปี นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายวินัย กันนะ
ศาลอุทธรณ์ - นายยนต์ สวนพุฒ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8029/2556

จำเลยเป็นพนักงานบัญชีระดับ 5 ประจำแผนกบัญชีและการเงินของสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นหน่วยงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การกระทำของจำเลยจึงไม่เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3261/2526

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 แต่ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1653/2520

แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์มีทุนทั้งหมดหรือทุนเกินกว่าร้อยละห้าสิบเป็นของรัฐ แต่องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ซึ่งเรียกโดยย่อว่า "ร.ส.พ." ก็จัดขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1614/2517

จำเลยเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอันเป็นองค์การของรัฐ ใช้อำนาจในหน้าที่เบียดบังยักยอกเอาเงินค่ากระแสไฟฟ้าที่จำเลยรับไว้โดยทุจริต ย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3555/2568

จำเลยที่ 1 ได้รับแต่งตั้งจาก อ. ให้ไปปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าคลังสินค้ากลาง มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และตามคู่มือโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554 จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้