Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18056/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มาตรา 8 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากรฯ บัญญัติให้อำนาจอธิบดีเรียกประกันจากเจ้าของหรือผู้ปกครองคลังสินค้าทัณฑ์บน เพื่อประกันค่าภาษีอากรหรือค่าชดใช้อย่างอื่น ดังนั้น จำเลยจึงมีอำนาจเรียกให้โจทก์ในฐานะผู้ประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนทำข้อตกลงหรือสัญญาประกันตามบทบัญญัตินี้ได้ ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลย ข้อ 1 ระบุว่า โจทก์ผู้ให้สัญญาจะปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศของกรมศุลกากร บรรดาที่มีบังคับใช้อยู่แล้วในขณะทำสัญญาประกันทัณฑ์บนนี้ หรือที่จะมีขึ้นใช้บังคับต่อไป ประกาศและคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากรที่บังคับใช้อยู่แล้วจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ดังนั้น แม้โจทก์จะเป็นเพียงผู้ประกอบการคลังสินค้าทัณฑ์บน มิได้เป็นผู้นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักร แต่หากโจทก์เก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปเกินกำหนดที่จำเลยอนุญาต จำเลยมีอำนาจเรียกเก็บค่าอากรเป็นของใช้ภายในประเทศจากโจทก์ โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้นำของเข้าทราบก่อนตามสัญญาประกันและทัณฑ์บน คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปได้ เพราะมิใช่เรียกเก็บจากโจทก์ในฐานะผู้นำเข้าหรือเจ้าของสินค้าแต่อย่างใด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 19,491,027.40 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 17,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องและขอให้โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลย 19,724,592 บาท แก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชำระเงิน 19,724,592 บาท แก่จำเลยตามฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ผิดสัญญาประกันและทัณฑ์บนคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป และโจทก์ต้องชำระค่าภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่เก็บรักษาไว้เนื่องจากเกินกำหนดเวลาหรือไม่ เห็นว่า มาตรา 8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 บัญญัติให้อำนาจอธิบดีเรียกประกันจากเจ้าของหรือผู้ปกครองคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยให้ทำทัณฑ์บนและหรืออย่างอื่นจนเป็นที่พอใจ เพื่อประกันค่าภาษีอากรหรือค่าชดใช้อย่างอื่นซึ่งกรมศุลกากรอาจเรียกได้ตามกฎหมายหรือข้อตกลง ดังนั้น จำเลยจึงมีอำนาจเรียกให้โจทก์ในฐานะผู้ประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนทำข้อตกลงหรือสัญญาประกันตามบทบัญญัตินี้ได้ เมื่อสัญญาประกันและทัณฑ์บน

คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2548 ระหว่างโจทก์กับจำเลย ข้อ 1 ระบุว่า โจทก์ผู้ให้สัญญาจะปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศของกรมศุลกากร บรรดาที่มีบังคับใช้อยู่แล้ว ในขณะทำสัญญาประกันทัณฑ์บนนี้ หรือที่จะมีขึ้นใช้บังคับต่อไป ซึ่งจำเลยมีนายธนศักดิ์ นายสมชาติ นายวุฒิพงศ์ และนางแสงดาว พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลย เบิกความในทำนองเดียวกันได้ความว่า โจทก์รับฝากสินค้าของบริษัทปภามาศ จำกัด มูลค่าสินค้า 129,311,941.68 บาท ค่าภาษีอากรรวม 36,724,592 บาท ไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนของโจทก์เกิน 2 ปี และเกินกำหนดที่จำเลยอนุญาตให้ขยายระยะเวลา จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ประกาศกรมศุลกากรที่ 4/2547 และคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากรที่ 1/2547 จำเลยจึงมีอำนาจเรียกเก็บภาษีอากรจำนวนดังกล่าวจากโจทก์

เมื่อพิจารณาประกาศกรมศุลกากร ที่ 4/2547 เรื่อง ระเบียบเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ซึ่งให้ยกเลิกประกาศกรมศุลกากรที่ 54/2546 ลงวันที่ 22 กันยายน 2546 และให้ใช้ระเบียบเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ดังต่อไปนี้ ... ข้อ 3 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดตั้ง ข้อย่อย 3.3 สามารถเก็บของได้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันนำเข้า หากเกินกำหนดดังกล่าว กรมศุลกากรมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ปกครองคลังฯ ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรหรือเรียกเก็บค่าอากรเป็นของใช้ภายในประเทศ หรือดำเนินการอย่างอื่นได้ตามที่เห็นสมควร โดยมิพักต้องแจ้งให้ผู้นำของเข้าทราบก่อน ข้อ 7 ผู้ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง

นอกจากจะมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและสัญญาประกันและทัณฑ์บนโดยเคร่งครัดแล้ว จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ และประกาศกรมศุลกากรไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบ คำสั่ง และประกาศกรมศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่แล้วหรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปในภายหน้า ซึ่งคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากร ที่ 1/2547 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร พ.ศ.2544 ภาค 5 หมวด 2 บทที่ 2 ว่าด้วยคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ซึ่งมีคำสั่งให้ยกเลิกความในภาค 5 หมวด 2 บทที่ 02 ข้อ 01 - 28 แห่งประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร

พ.ศ.2544 เสียทั้งสิ้น และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน บทที่ 2 คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ข้อ 5 02 02 03 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ข้อ 7 ของที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสามารถเก็บได้ 2 ปี นับแต่วันนำเข้า ข้อ 5 02 02 25 ของอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปเกิน 2 ปี ถ้าของใดอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปครบ 2 ปี ให้ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้นำของเข้าและ/หรือเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ดำเนินการชำระภาษีอากรให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเป็นหนังสือ หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งไม่ไห้ผู้นำเข้ารายนั้นนำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นๆ

ตลอดจนคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปอื่นอีกต่อไป ถ้ามีของใดเก็บอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปจนครบ 2 ปีแล้ว หากยังมิได้ชำระภาษีอากรให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน ให้ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจ สั่งให้งดการนำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นได้ ดังนี้ ประกาศกรมศุลกากร ที่ 4/2547 เรื่อง ระเบียบเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 13 มกราคม 2547 และคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากร ที่ 1/2547 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร พ.ศ.2544 ที่บังคับใช้อยู่แล้วในขณะทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปพิพาท จึงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันและทัณฑ์บน คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปพิพาทด้วยจึงมีผลใช้บังคับได้ตามข้อตกลง ข้อ 1 แห่งสัญญาดังกล่าวที่โจทก์ผู้ให้สัญญายินยอมที่จะปฏิบัติตาม

ดังนั้น แม้โจทก์จะเป็นเพียงผู้ประกอบการคลังสินค้าทัณฑ์บนมิได้เป็นผู้นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักร แต่หากโจทก์เก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปเกินกำหนดที่จำเลยอนุญาต จำเลยมีอำนาจเรียกเก็บค่าอากรเป็นของใช้ภายในประเทศจากโจทก์ โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้นำของเข้าทราบก่อน โดยให้ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งให้โจทก์ดำเนินการชำระภาษีอากรให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเป็นหนังสือ ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่า จำเลยอนุมัติให้บริษัทผู้นำเข้าขยายระยะเวลาฝากเก็บสินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บนของโจทก์และผ่อนผันการชำระค่าภาษีออกไปจนถึงวันที่ 1 เมษายน 2548 แผ่นที่ 25 แต่เนื่องจากบริษัทดังกล่าวไม่ชำระค่าฝากเก็บรักษาสินค้าให้แก่โจทก์ วันที่ 14 กรกฎาคม 2547 โจทก์จึงฟ้องบริษัทดังกล่าวให้ชำระค่าฝากเก็บรักษาสินค้า วันที่ 18 ตุลาคม 2547 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำพิพากษาให้บริษัทดังกล่าวชำระเงินค่าฝากเก็บสินค้าแก่โจทก์

หากบริษัทดังกล่าวไม่ชำระเงินและนำตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนของโจทก์ภายในกำหนด 1 เดือน นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา ให้นำตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าและสินค้าของบริษัทดังกล่าวออกขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าใดให้หักชำระค่าฝากเก็บแก่โจทก์ หากยังมีเงินเหลือให้ส่งคืนแก่บริษัทดังกล่าว วันที่ 22 มีนาคม 2548 ศาลออกหมายบังคับคดี วันที่ 8 พฤศจิกายน 2548 เจ้าพนักงานบังคับคดีออกประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี เรื่อง การยึดทรัพย์ คดีอยู่ในระหว่างการดำเนินการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้อนุมัติให้บริษัทผู้นำเข้าขยายระยะเวลาฝากเก็บสินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บนของโจทก์

หลังวันที่ 1 เมษายน 2548 ต่อไปอีก เมื่อสินค้ายังอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนของโจทก์หลังวันดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่มีการเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปของโจทก์เกินกำหนด จำเลยจึงมีอำนาจเรียกเก็บค่าอากรเป็นของใช้ภายในประเทศจากโจทก์ตามสัญญาประกันและทัณฑ์บน คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ได้ มิใช่เรียกเก็บจากโจทก์ในฐานะผู้นำเข้าหรือเจ้าของสินค้าแต่อย่างใด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิพันธ์ ช่วยสกุล · กรองเกียรติ คมสัน · อดิเทพ ถิระวัฒน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นางสุพัตรา สืบสม อนันตพงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.40/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ21/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ278/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้