Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2463

พ.ศ. 2463 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทย์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทย์ไป ๗๒๐ บาทกำหนดจะชำระเงินคืนใน ๑๐ เดือน จำเลยไม่ประพฤติตามสัญญา จึงขอให้บังคับจำเลยส่งต้นเงินดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาทต่อเดือน ฯ นายทำจำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทย์ ลายมือในสัญญาไม่ใช่ลายมือจำเลย ส่วนนายเจิมจำเลยขาดนัดไม่ยื่นคำให้การศาลพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ฯ ศาลจังหวัดฉเชิงเซาพิจารณาเห็นว่าคดีโจทย์สืบสมเพียงว่านายเจิมจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทย์ และสัญญานั้นแบ่งเปนส่วนของนายเจิม ๒๔๐ บาท ส่วนดอกเบี้ยไม่มีกำหนดจะให้กันเท่าไรจึงพิพากษาให้นายเจิมใช้ต้นเงิน ๒๔๐ ให้โจทย์ กับดอกเบี้ยชั่งละ ๒ สลึงคิดแต่วันผิดสัญญา ส่วนนายทำจำเลยคดีโจทย์สืบไม่สมให้ยกฟ้องโจทย์แลให้โจทย์เสียค่าธรรมเนียมแทนนายทำ ฯ โจทย์อุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษฟังว่าจำเลยทั้ง ๒ คนได้ทำสัญญากู้เงินโจทย์ จึงพิพากษาให้แก้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทย์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทย์ไป ๗๒๐ บาทกำหนดจะชำระเงินคืนใน ๑๐ เดือน จำเลยไม่ประพฤติตามสัญญา จึงขอให้บังคับจำเลยส่งต้นเงินดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาทต่อเดือน ฯ นายทำจำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทย์ ลายมือในสัญญาไม่ใช่ลายมือจำเลย ส่วนนายเจิมจำเลยขาดนัดไม่ยื่นคำให้การศาลพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ฯ ศาลจังหวัดฉเชิงเซาพิจารณาเห็นว่าคดีโจทย์สืบสมเพียงว่านายเจิมจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทย์ และสัญญานั้นแบ่งเปนส่วนของนายเจิม ๒๔๐ บาท ส่วนดอกเบี้ยไม่มีกำหนดจะให้กันเท่าไรจึงพิพากษาให้นายเจิมใช้ต้นเงิน ๒๔๐ ให้โจทย์ กับดอกเบี้ยชั่งละ ๒ สลึงคิดแต่วันผิดสัญญา ส่วนนายทำจำเลยคดีโจทย์สืบไม่สมให้ยกฟ้องโจทย์แลให้โจทย์เสียค่าธรรมเนียมแทนนายทำ

ฯ โจทย์อุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษฟังว่าจำเลยทั้ง ๒ คนได้ทำสัญญากู้เงินโจทย์ จึงพิพากษาให้แก้คำพิพากษาศาลเดิมและให้จำเลยทั้ง ๒ คนใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยเต็มตามฟ้อง ฯ นายทำจำเลยผู้เดียวทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา จึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาในชั้นนี้เฉพาะคดีส่วนตัวนายทำ ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแลประชุมปฤกษาคดีนี้เห็นว่า การที่โจทย์อ้างหนังสือสัญญากู้เงิน และนายทำจำเลยปฏิเสธลายมือในสัญญากู้นั้น คดีตกเปนน่าที่โจทย์จะต้องนำสืบว่าเปนลายมือของนายทำ หลักฐานพยานโจทย์ที่ยืนยันในข้อนี้ไม่มีเลย ขุนประเทศ ฯ พยานโจทย์ปากหนึ่งเบิกความเพียงว่า ในการทำสัญญากู้เงินโจทย์นั้นมีคนหนึ่งอ้างว่าชื่อทำ ได้เซ็นชื่อในสัญญาที่โจทย์อ้าง แต่จะเปนนายทำจำเลยนี้ฤาไม่พยานยืนยันไม่ได้

นายทับพยานโจทย์อีกปากหนึ่งเปนคนนำนายเจิมไปกู้เงินโจทย์รายที่ฟ้องนี้เบิกความว่าพยานได้พานายเจิมกับนางฟักไปกู้เงินโจทย์ นายทำจะไปด้วยฤาไม่พยานไม่ยืนยัน แต่กล่าวว่าไม่เคยนำนายทำไปหาโจทย์ ส่วนลายมือในหนังสือกู้ถ้าจะดูตามที่เห็นประจักษ์อยู่ ทำให้เห็นว่าลายมือที่เซ็นชื่อว่า "ทำ" นั้นเขียนคนละคราวกับข้อความอื่น เพราะสีหมึกต่างกันเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนลักษณอักษรจะคล้ายคลึงฤาเหมือนกับลายมือที่แท้จริงของนายทำอย่างไร ก็ไม่มีวิจักขณพยานมาเบิกความให้ปรากฎตัวโจทย์เองซึ่งควรจะเปนพยานสำคัญก็ไม่เข้าเบิกความประกอบคดีของตน ฯ กรรมการศาลฎีกาเห็นว่าหลักฐานพยานโจทย์ดังกล่าวมานี้ฟังไม่ได้ว่านายทำจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทย์ดังฟ้อง ที่ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษพิพากษาให้นายทำรับผิดชอบใช้เงินรายนี้นั้น

ไม่ชอบด้วยทางพิจารณา ฎีกานายทำฟังขึ้น จึงพร้อมกันพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษ คือให้ยกข้อที่บังคับให้นายทำใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยให้โจทย์นั้นเสีย ให้ยกฟ้องโจทย์ในส่วนนายทำจำเลย ให้โจทย์เสียค่าธรรมเนียมแทนนายทำจำเลยค่าทนาย ๓ ศาล ๑๐๐ บาท วันที่ ๙ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พระยาเทพวิทุร · พระยาเกษมศุขการี · พระยานครไภยพิเฉท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้