Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากตึกที่เช่า แล้วโจทก์จำเลยทำยอมความกัน โดยจำเลยยอมออกจากตึกพิพาท ครั้นถึงกำหนดแล้วจำเลยก็ไม่ยอมออกไป โจทก์ร้องขอให้จับจำเลยมาจำขังไว้จนกว่าจะยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยแก้ตัวว่า สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นได้ระงับไปแล้ว เพราะโจทก์จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ โดยโจทก์ยินยอมให้จำเลยเช่าตึกพิพาทต่อไป แต่เป็นการตกลงกันด้วยปาก ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฝ่ายโจทก์แถลงว่าไม่ได้ให้เช่าใหม่ ดังนี้ แม้จะได้ความตามที่จำเลยแก้ตัว จำเลยก็ไม่อาจจะขอให้บังคับโจทก์ให้ยอมให้จำเลยเช่าได้ จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่ในตึกพิพาทได้ ศาลไม่จำต้องไต่สวนตามข้อแก้ตัวซึ่งไม่มีผลนี้ และมีคำสั่งให้จำเลยออกไปได้เลยทีเดียว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกที่เช่า แล้วคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยขออยู่ในตึกพิพาทต่อไป ถึงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๔ แล้วจะส่งมอบคืนโจทก์ และยอมใช้เงินให้แก่โจทก์ ต่อมาเมื่อถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ออกไป โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้จับจำเลยมาจำขัง ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า สัญญาประนีประนอมยอมความได้ระงับไปแล้ว โดยโจทก์จำเลยได้ตกลงกันใหม่ โจทก์ยินยอมให้จำเลยเช่าตึกพิพาทต่อไป ครั้นถึงวันนัดพร้อม มีแต่จำเลยที่ ๒ มาศาลและแถลงว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าใหม่ แต่เป็นการพูดกันด้วยปาก ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์แถลงว่าไม่ได้ให้เช่าใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยที่ ๒ ออกจากตึกพิพาทภายใน ๗ วัน ส่วนจำเลยที่ ๑ ให้ออกหมายจับ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นควรไต่สวนคำร้องของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๘ ก่อนมีคำสั่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา ๒๙๘ วรรค ๔ นั้น ศาลมีอำนาจที่จะพิจารณาถึงข้อแก้ตัวของจำเลยว่าเป็นข้อแก้ตัวอันดีหรือไม่ แล้วมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร ที่จำเลยที่ ๒ แสดงข้อแก้ตัวว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าตึกพิพาทใหม่แล้ว แต่ไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ โจทก์ปฏิเสธว่ามิได้ให้จำเลยเช่าใหม่ แม้จะไต่สวนต่อไปได้ความตามที่จำเลยแก้ตัว จำเลยก็ไม่อาจจะขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้จำเลยเช่าได้ เพราะไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ ผลก็คือจำเลยไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในตึกพิพาทได้ ศาลไม่จำเป็นต้องไต่สวนตามข้อแก้ตัว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายศริ มลิลา
ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเหติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2554

คำร้องของโจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่านั้น มิได้ขอให้มีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่ง แต่อย่างใด จึงไม่ต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3317/2531

ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งส่วนหนึ่งให้จำเลยขุดดินถมลำกระโดงภารจำยอมให้มีสภาพดังเดิมนั้น หากต่อมาปรากฏความจริงตามคำร้องของจำเลยว่า ลำกระโดงดังกล่าวหมดสภาพภารจำยอมแล้ว เพราะถูกถนนสาธารณะตัดผ่าน ภารจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 28/2531

โจทก์จำเลยมีที่นาติดต่อกัน โจทก์ใช้ทางเกวียนผ่านที่นาจำเลยไปยังที่นาโจทก์เป็นเวลาติดต่อกันมานานกว่า 30 ปี จำเลยหามีสิทธิปิดกั้นทางเกวียนซึ่งโจทก์ใช้มาหลายสิบปีแล้วนั้นได้ไม่หากจำเลยไม่ยอมเปิดทางดังกล่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้