Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัยนั้น จะต้องเป็นข้อสัญญาที่ผู้ให้สัญญาไม่มีทางปฏิบัติได้เลยจำเลยทำสัญญารับจ้างเหมาโจทก์เจาะบ่อน้ำบาดาล เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อสัญญาที่ให้รับประกันปริมาณและคุณภาพน้ำให้ใช้บริโภคได้มีกำหนดเวลา 4 ปีนั้น เป็นเงื่อนไขที่สามารถปฏิบัติได้ หาเป็นการพ้นวิสัยไม่ การที่จำเลยไม่สามารถเจาะบ่อน้ำบาดาลให้โจทก์ใช้ได้ถึง 4 ปีตามสัญญา จึงไม่ใช่กรณีการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยตามสัญญาจ้างเหมา ข้อ 13 ถือว่ารายการแนบท้ายหมายจ.5, จ.6 เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย และในรายการแนบท้ายดังกล่าว ข้อ 6(14)(15) ผู้รับจ้างคือจำเลย ก็ได้สัญญาให้โจทก์ได้ใช้น้ำในประมาณตามที่กำหนด และรับรองให้โจทก์ได้ใช้น้ำบริโภคได้เป็นกำหนดเวลา 4 ปีนับแต่วันที่คณะกรรมการของโจทก์รับมอบงานงวดสุดท้าย และในรายการแนบท้าย ข้อ 6(16) ก็ได้ระบุว่า ถ้าหากการดำเนินการของผู้รับจ้างได้ผลเป็นที่พอใจของผู้ว่าจ้างตามข้อ (14)และ (15) ผู้ว่าจ้างจะถือว่าผู้รับจ้างได้กระทำการให้ผู้ว่าจ้างถูกต้องเรียบร้อยเสร็จบริบูรณ์แล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่สามารถจะให้โจทก์ได้ใช้น้ำจนครบกำหนด 4 ปี โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 5 ได้ เพราะในสัญญาข้อนี้ได้ระบุไว้ว่า "ฯลฯหรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดี ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ ฯลฯ" ซึ่งข้อความนี้หาได้จำกัดเฉพาะสัญญาข้อ 5 ก. ข. ค. ไม่โจทก์จ้างจำเลยขุดบ่อน้ำบาดาล จำเลยรับประกันปริมาณและคุณภาพน้ำให้ใช้บริโภคได้มีกำหนด 4 ปี เมื่อโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 การให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยจะต้องคืนเงินค่าจ้างเหมาที่ได้รับไปแล้วแก่โจทก์ ส่วนโจทก์ก็จะต้องคืนสิ่งของต่างๆ ที่จำเลยนำมาติดตั้งให้โจทก์แก่จำเลย แต่ได้ปรากฏว่าสิ่งของต่างๆ ที่จะต้องคืนให้แก่จำเลยนั้น โจทก์ได้นำไปใช้แล้วเป็นเวลาถึง 18 เดือน ทั้งจำเลยก็ได้ลงทุนลงแรงขุดเจาะน้ำบาดาลจนให้โจทก์มีน้ำใช้บริโภคได้ การคืนเงินของจำเลยแก่โจทก์ จึงต้องหักจำนวนเงินค่าเสื่อมราคาสิ่งของเพื่อชดเชยให้กลับคืนสู่สภาพเดิม กับค่าการงานในการติดตั้งให้จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 รับจ้างเหมาโจทก์เจาะบ่อน้ำบาดาล ฯลฯจำเลยที่ 1 จะต้องทำการเจาะบ่อน้ำจนสามารถสูบน้ำบริสุทธิ์นั้นมาบริโภคได้ จำเลยที่ 1 ยอมรับประกัน ท่อกรุ ท่อกรองน้ำ และคุณภาพของน้ำ ตามที่กรมวิทยาศาสตร์รับรองให้ใช้บริโภคได้เป็นเวลา 4 ปี จำเลยที่ 2 ยอมรับประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เจาะบ่อน้ำบาดาล ฯลฯ กรมวิทยาศาสตร์ตรวจวิเคราะห์น้ำแล้ว เห็นว่าใช้บริโภคได้จำเลยที่ 1 รับเงินไป 2 งวด ต่อมาเดือนสิงหาคม 2506 น้ำบาดาลใช้บริโภคไม่ได้ จำเลยที่ 1 แจ้งต่อโจทก์ว่าไม่มีทางแก้ไข เพราะเป็นธรรมชาติของน้ำใต้ดิน โจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินและชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญา จำเลยทั้งสองก็ไม่ชำระจึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 136,000 บาทแก่โจทก์ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่คืนหรือคืนให้ไม่ครบถ้วนให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน73,000 บาทแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

สำหรับจำเลยที่ 1 ในต้นเงิน 136,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 2 ในต้นเงิน 73,000 บาทแก่โจทก์ ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะใช้เงินเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า ตามข้อสัญญามิได้ตกลงกันว่า เมื่อเกิดชำรุดให้โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเรียกค่าจ้างคืนได้ ข้อสัญญาที่กำหนดให้จำเลยรับประกันปริมาณน้ำและคุณภาพของน้ำตามเงื่อนไขว่าน้ำนั้นต้องให้กรมวิทยาศาสตร์รับรองว่าเป็นน้ำที่ใช้บริโภคได้เป็นเวลา 4 ปีนั้น เป็นเงื่อนไขที่พ้นวิสัยที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะรับประกันได้จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่สามารถชำระเงินให้โจทก์ จำเลยที่ 1 มีทางชำระหนี้ ชอบที่โจทก์จะบังคับชำระเอาจากจำเลยที่ 1 ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าจ้างให้โจทก์เป็นเงิน85,000 บาท

ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่คืนหรือคืนไม่ครบ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน 73,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับจำเลยที่ 1 ในต้นเงิน 85,000 บาท จำเลยที่ 2 ในต้นเงิน 73,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาว่าให้รับประกันปริมาณและคุณภาพของน้ำให้ใช้บริโภคได้มีกำหนดเวลา 4 ปี เป็นเงื่อนไขที่พ้นวิสัยขัดต่อกฎหมายนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัยนั้น จะต้องเป็นข้อสัญญาที่ผู้ให้สัญญาไม่มีทางจะปฏิบัติได้เลย แต่ในการเจาะบ่อน้ำบาดาลนี้ เงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในข้อสัญญาที่ให้รับประกันปริมาณและคุณภาพของน้ำให้ใช้บริโภคได้มีกำหนดเวลา 4 ปีนั้น เป็นเงื่อนไขที่สามารถปฏิบัติได้จึงหาเป็นการพ้นวิสัยไม่ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยจะทำได้ ซึ่งจำเลยที่ 1 เองก็เชื่อว่าสามารถทำได้ จึงได้ทำสัญญารับรองไว้เช่นนั้น ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถเจาะบ่อน้ำบาดาลให้โจทก์ใช้ได้ถึง 4 ปีตามสัญญา จึงไม่ใช่กรณีการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์จะบอกเลิกสัญญาจ้างและเรียกเงินค่าจ้างคืนไม่ได้นั้น

พิเคราะห์แล้ว ตามสัญญาจ้างเหมา (เอกสาร จ.2)ข้อ 13 ถือว่ารายการแนบท้ายหมาย จ.5, จ.6 เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย และในรายการแนบท้ายดังกล่าวข้อ 6(14) (15) ผู้รับจ้างคือจำเลยที่ 1 ก็ได้สัญญาให้โจทก์ได้ใช้น้ำในปริมาณตามที่กำหนดและรับรองให้โจทก์ได้ใช้น้ำบริโภคได้เป็นกำหนดเวลา 4 ปี นับแต่วันที่คณะกรรมการของโจทก์รับมอบงานงวดสุดท้าย และในรายการแนบท้ายข้อ 6(16) ก็ได้ระบุว่า ถ้าหากการดำเนินการของผู้รับจ้างได้ผลเป็นที่พอใจของผู้ว่าจ้างตามข้อ (14) และ (15) ผู้ว่าจ้างจะถือว่าผู้รับจ้างได้กระทำการให้ผู้ว่าจ้างถูกต้องเรียบร้อยเสร็จบริบูรณ์แล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่สามารถจะให้โจทก์ได้ใช้น้ำจนครบกำหนด 4 ปี

โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 5 ได้ เพราะในสัญญาข้อนี้ได้ระบุไว้ว่า "ฯลฯ หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดีผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ ฯลฯ" ซึ่งความข้อนี้หาได้จำกัดเฉพาะสัญญาข้อ 5 ก.ข.ค. ดังที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างมานั้นไม่เมื่อโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 ได้ และโจทก์ก็ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 ตามเอกสาร จ.28 แล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 นั้นการให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยที่ 1 จะต้องคืนเงินค่าจ้างเหมาที่ได้รับไปแล้วแก่โจทก์ ส่วนโจทก์ก็จะต้องคืนสิ่งของต่าง

ๆ ที่จำเลยที่ 1 นำมาติดตั้งให้โจทก์แก่จำเลยที่ 1 ด้วย แต่ปรากฎว่าสิ่งของต่าง ๆ ที่จะต้องคืนให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น โจทก์ได้นำไปใช้แล้วเป็นเวลาถึง 18 เดือน ทั้งจำเลยที่ 1 ก็ได้ลงทุนลงแรงขุดเจาะน้ำบาดาลจนให้โจทก์มีน้ำใช้บริโภคได้ เมื่อเป็นดังนี้ การคืนเงินของจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์ จึงต้องหักจำนวนเงินค่าเสื่อมราคาสิ่งของเพื่อชดเชยให้กลับคืนสู่สภาพเดิม กับค่าการงานในการติดตั้งให้จำเลยที่ 1 ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินเพียง 85,000 บาท แก่โจทก์ก็เป็นจำนวนที่พอสมควรแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถม สิริสาลี · กิตติ สีหนนทน์ · อาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้