Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887วรรคหนึ่งผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องรับผิดในวินาศภัยที่เกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบสำหรับวินาศภัยที่เกิดขึ้นนั้นโจทก์ฟ้องว่า จ. ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาทชนรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โจทก์ซ่อมแซมความเสียหายแล้ว จึงฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งรับประกันภัยค้ำจุนรถคันที่ชนร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า ก. เป็นผู้เอาประกันภัยรถคันที่ชนไว้กับจำเลยที่ 2 มิใช่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เอาประกัน ส่วน จ. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างของ ก. ด้วยทั้งโจทก์ก็มิได้นำสืบว่า ก. มีส่วนจะต้องรับผิดในวินาศภัยที่เกิดขึ้นอย่างไร การที่ ก. เป็นแต่เพียงผู้เอาประกันภัยจะถือว่า ก. ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในวินาศภัยที่เกิดขึ้นด้วยไม่ได้ เมื่อ ก. ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบในผลแห่งการละเมิดที่จะก่อให้เกิดขึ้นแล้ว จำเลยที่ 2ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเช่นกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิตบุคคลรับประกันภัยรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฑ 1974 ไว้จากนายสมพร เจียรพร จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ 0109 และเป็นนายจ้างของนายจันทร์ โคมีศิลป์ จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลรับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ 0109 ไว้จากจำเลยที่ 1 เป็นการรับประกันภัยแบบรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายแก่บุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 8 เมษายน2516 นายจันทร์ โคมีศิลป์ ลูกจ้างในขณะปฎิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ 0109ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฑ 1974 เสียหาย

โจทก์ได้จัดการซ่อมแล้วจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนต้องรับผิดต่อโจทก์โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยรับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ 0109 ไว้จากจำเลยที่ 1 และนายจันทร์ โคมีศิลป์ ขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่ ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย นายสมชาย เจียรพรผู้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฑ 1974 ขับรถยนต์โดยประมาทแต่ฝ่ายเดียว จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะเกิดเหตุ นายจันทร์ โคมีศิลป์หรือโตมีศิลป์ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ 0109ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 โดยประมาทชนรถยนต์ คันหมายเลขทะเบียนก.ท.ฑ 1974 ซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โจทก์จ่ายเงินค่าซ่อมรถยนต์คันที่รับประกันภัยไปแล้ว นางสาวแก้วตา พึ่งกุศล เอาประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ 0109 ไว้กับจำเลยที่ 2 ประเภทสัญญาประกันภัยค้ำจุน ปรากฏตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย

จ.17 สัญญาประกันภัยยังไม่สิ้นอายุ จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า "อันว่า ประกันภัยค้ำจุนนั้นคือสัญญาประกันภัย ซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ" จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนก.ท.ฬ 0109 กับจำเลยที่ 2 และนายจันทร์ โคมีศิลป์หรือโตมีศิลป์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างของนางสาวแก้วตา พึ่งกุศล ผู้เอาประกันภัยด้วยจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยจะรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย ต่อเมื่อวินาศภัยที่เกิดขึ้นนั้น นางสาวแก้วตา

พึ่งกุศลผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดด้วยแต่โจทก์มิได้นำสืบว่า นางสาวแก้วตา พึ่งกุศล ผู้เอาประกันภัยมีส่วนจะต้องรับผิดในวินาศภัยที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นผู้เอาประกันภัย จะถือว่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในวินาศภัยที่เกิดขึ้นด้วยหาได้ไม่ ดังนั้นนางสาวแก้วตา พึ่งกุศล ผู้เอาประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดชอบในผลแห่งการละเมิดที่นายจันทร์โคมีศิลป์หรือโตมีศิลป์ก่อให้เกิดขึ้น เมื่อนางสาวแก้วตา พึ่งกุศลผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเช่นกันไม่จำต้องวินิจฉัยข้อที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่านายจันทร์ โคมีศิลป์ หรือโตมีศิลป์ขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังขึ้นพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5092/2558

ตามฟ้องของโจทก์ นอกจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยเป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1 แล้ว ยังพอถือได้ว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดสำหรับความรับผิดต่อบุคคลภายนอกข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9481/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 31-0857 กรุงเทพมหานคร และหมายเลขทะเบียน 31-4326 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 ขับรถโดยสารไม่ประจำทางหมายเลขทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4997/2548

คำฟ้องโจทก์บรรยายแล้วว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างและขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์บรรทุกที่ลูกจ้างโจทก์ขับได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4309/2545

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 โดยมิได้ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดในผลแห่งละเมิดของ ค. ซึ่งเป็นลูกจ้างอีกคนหนึ่งของจำเลยที่ 2 ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้