Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิดเป็นเงิน 52,140 บาท คดีจึงมีทุนทรัพย์ 52,140 บาท ไม่ใช่ทุนทรัพย์ 40,000 บาท เท่าที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยใช้คดีจึงมิต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ก.ท.ป. ๑๔๕๗ จำเลยเป็นผู้ครอบครองรถบรรทุก ๑๐ ล้อ หมายเลขทะเบียน ล.บ.๐๖๐๓๕ ในฐานะผู้ผ่อนส่ง โดยมีนายจำลอง กิจตนลูกจ้างของจำเลยเป็นคนขับ เมื่อลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๕ นายจำลองขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ล.บ.๐๖๐๓๕ บรรทุกดินไปตามถนนคันคลองชลประทานจากอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปจังหวัดลพบุรี ตามหลังรถยนต์โดยสารคันหนึ่ง ขณะนั้นมีรถยนต์บรรทุก ๑๐ ล้อ อีกหนึ่งคันแซงรถยนต์คันที่นายจำลองเป็นผู้ขับทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งตลบมองไม่เห็นทางซึ่งเป็นที่คับขัน โดยความประมาทนายจำลองได้ขับรถแซงรถยนต์โดยสารคันดังกล่าวและขับกินทางขวามากเกินไปเข้าไปในเส้นทางของรถยนต์ที่สวนมาเป็นเหตุให้รถยนต์ที่นายจำลองขับรถยนต์ชนโจทก์ซึ่งนายบุญเรือนขับแล่นสวนมา นายบุญเรือนถึงแก่ความตาย รถโจทก์พังเสียหายใช้การไม่ได้ ขอให้บังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๕๒,๑๔๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยฯ

จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ป.๑๔๕๗ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นายจำลองไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยและขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้ทำการในกิจการของจำเลย เหตุที่รถยนต์ชนกันเป็นเพราะความประมาทของนายบุญเรือน จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ค่าเสียหายไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

โจทก์ฎีกาคัดค้านการยื่นฎีกาของจำเลยว่า คดีมีทุนทรัพย์ ๔๐,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖ ฎีกาของจำเลยเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงต้องห้ามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิดเป็นเงิน ๕๒,๑๔๐ บาท คดีจึงมีทุนทรัพย์ ๕๒,๑๔๐ บาท ไม่ใช่ทุนทรัพย์ ๔๐,๐๐๐ บาทเท่าที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยชดใช้คดีจึงมิต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่โจทก์อ้าง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ล้วน นิลกำแหง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายดำรง สายเชื้อ
ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้