Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ลูกหนี้ยังมิได้ชำระหนี้ภาษีให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาตามที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ 29 (2536) ออกตามความในพ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 138 ลูกหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับการงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม นอกจากนี้เมื่อลูกหนี้ได้รับแจ้งการประเมินภาษีจากเจ้าหนี้แล้ว ลูกหนี้มิได้ยื่นคำคัดค้าน การประเมินต่ออธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงเป็นการสละการใช้สิทธิคัดค้านต่ออธิบดี สละสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และสละสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาล ตามพ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 86, 89, และ 96 หนี้ภาษีของลูกหนี้ย่อมถึงที่สุด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 86 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 89 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 96

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓ โดยมีบริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส คอร์ปอเรท รีสตรัคเจอร์ริ่ง จำกัด เป็นผู้บริหารแผน เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย รวมเป็นเงินจำนวน ๒๖๒,๑๘๙,๘๖๐.๓๔ บาท รายละเอียดปรากฏตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๒๙ แล้ว ปรากฏว่าผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ว่าเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มเพราะเป็นหนี้ที่เกิดหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและลูกหนี้ได้รับการลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแล้ว

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ ค่าภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยรวมเป็นเงิน ๒๕๘,๓๖๓,๕๘๗.๖๔ บาท พร้อมเงินเพิ่มอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน นับถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จจากลูกหนี้ ลูกหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ลูกหนี้ได้ทำบันทึกข้อตกลงยินยอมการชำระภาษีสรรพสามิตตามแบบ ต.ส. ๐๔ - ๑๐ ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของเจ้าหนี้โดยประสงค์จะขอให้เจ้าหนี้ลดหรืองดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม นอกจากนั้นการที่ลูกหนี้จะชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ถือเป็นกรณีที่ลูกหนี้ได้ยื่นแบบรายการภาษีเองและขอชำระภาษีโดยมิได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือทั้งลูกหนี้ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี

ลูกหนี้จึงมีสิทธิได้ลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตาม กฎกระทรวงฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ขอให้มีคำสั่งแก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้งดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มหรือให้ลดเบี้ยปรับลงเหลือร้อยละ ๒๐ ของเบี้ยปรับทั้งหมด เจ้าหนี้ยื่นคำคัดค้านว่า ลูกหนี้มิได้ชำระภาษีสรรพสามิตให้ครบจำนวนและไม่ได้ทำคำร้องขอลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้ถูกต้องจึงไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ข้อ ๕ และข้อ ๖ ซึ่งกำหนดให้ลูกหนี้ต้องขอลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มต่ออธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย นอกจากนั้นยังปรากฏว่าในวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๓ อธิบดีกรมสรรพสามิตได้มีคำสั่งไม่งดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้ลูกหนี้ คำสั่งของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์จึงชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านของลูกหนี้ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ลูกหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายพิจารณาแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของลูกหนี้ว่า การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยไม่งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มชอบหรือไม่ เห็นว่า หลักเกณฑ์ใน การงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย่อมจะต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความใน พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าหลักเกณฑ์ในการงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งให้ทำได้เฉพาะกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องชำระภาษีให้ครบจำนวนภายในกำหนดระยะเวลาตามที่กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวได้กำหนดไว้ในข้อ ๕ และข้อ ๖ มิใช่เพียงแต่ยื่นคำร้องเป็นหนังสือตกลงยินยอมชำระภาษีให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงดังกล่าวข้างต้นลูกหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับการงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

นอกจากนั้น เมื่อลูกหนี้ได้รับแจ้งการประเมินภาษีจากเจ้าหนี้แล้วลูกหนี้มิได้ยื่นคำคัดค้านการประเมินต่ออธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน ๔๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงเป็นการสละการใช้สิทธิคัดค้านต่ออธิบดี สละสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และสละสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาล ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๘๖, ๘๙ และ ๙๖ หนี้ภาษีของลูกหนี้ย่อมถึงที่สุด ดังนั้น การที่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยไม่งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของลูกหนี้ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · อรพินท์ เศรษฐมานิต
ศาลล่าง
ศาลล้มละลายกลาง - นายวาส ลักษณ์เลิศกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้