Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะมีประจักษ์พยานเพียงปากเดียวที่เบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย แต่พยานก็ได้เห็นเหตุการณ์ในเวลากลางวันไม่มีเหตุสงสัยว่าจะจำคนร้ายผิดตัว หลังเกิดเหตุประจักษ์พยานดังกล่าวก็ได้แจ้งต่อภริยาผู้ตายทันทีว่าจำเลยเป็นคนร้าย นอกจากนี้โจทก์ยังมีพยานอีกปากหนึ่งเห็นจำเลยถือปืนพกวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีพวกจำเลยเป็นผู้ขับแล้วพากันหลบหนีไป พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังลงโทษจำเลยได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีประจักษ์พยาน 1 ปาก คือนายลิ่มเส้งมี ที่เบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงผู้ตาย 2 นัด ทางด้านหลังจนถึงแก่ชีวิต ที่เกิดเหตุอยู่ในบ่อนไก่พยานได้เข้าไปดูการพนันชนไก่ในวันนั้นด้วยและอยู่ห่างผู้ตายเพียง3 วงเท่านั้น ประกอบกับเป็นเวลากลางวัน จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าพยานจะจำคนร้ายผิดตัว และหลังเกิดเหตุพยานก็ได้แจ้งให้นายเฟือ เส้งมีภริยาผู้ตายยทันทีว่าใครเป็นคนร้าย นอกจากนี้นายกล่ำ

เส้งมี พยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็เห็นจำเลยถือปืนพกสั้นวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีพวกของจำเลยเป็นผู้ขับแล้วพากันหลบหนีไป การที่โจทก์ไม่มีพยานอื่นมาเบิกความสนับสนุนนอกจากภริยาและญาติของผู้ตาย ก็น่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยเป็นหลานของนายเยื้อง นวลปาน กำนันท้องที่เกิดเหตุ ซึ่งนับว่าเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่ในท้องถิ่นดังจะเห็นได้จากการกระทำของจำเลยที่กล้าเข้าไปยิงผู้ตายถึงในบ่อนไก่อันเป็นที่ชุมชนต่อหน้าบุคคลอื่นในเวลากลางวันแสก ๆ โดยมิได้ยำเกรงต่อกฎหมายของบ้านเมือง ดังนั้นการที่ไม่มีผู้ใดยอมมาให้การเป็นพยานในสิ่งที่ตนรู้เห็นต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ถือเป็นข้อพิรุธอันจะทำให้คิดระแวงสงสัยไปว่าจำเลยอาจมิใช่คนร้ายในคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานตามทางนำสืบของโจทก์ฟังได้มั่นคงว่า จำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในวันเกิดเหตุจริงศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้