Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เครื่องหมายการค้าที่ยังไม่จดทะเบียนนั้น ถ้าโต้แย้งกันว่าใครมีสิทธิดีกว่าที่จะนำไปจดทะเบียน ก็อาจนำคดีมาสู่ศาลให้วินิจฉัยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีเรื่องนี้ โจทก์และจำเลยต่างยื่นคำขอต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสินค้าประเภทที่ 8 เฉพาะสินค้าแว่นตาอย่างเดียวกัน และขอใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องหมายการค้าเช่นเดียวกัน โดยโจทก์ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า "HACO" (ฮาโก้) และจำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า "MACO" (มาโก้) ซึ่งนายทะเบียนพิเคราะห์เห็นว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายคลึงกัน จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 17 แจ้งให้โจทก์จำเลยทราบว่าจะพิจารณาคำขอให้ต่อไปไม่ได้จนกว่าจะได้ทำความตกลงกันเองหรือนำคดีไปสู่ศาล และโจทก์จำเลยตกลงกันไม่ได้ โจทก์จึงได้นำคดีเรื่องนี้มาฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของและผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายการค้า

"HACO" ซึ่งใช้กันแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศสำหรับสินค้าแว่นตาและกรอบแว่นตามาช้านานหลายปีแล้ว ก่อนเครื่องหมายการค้า MACOซึ่งเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ เป็นเหตุให้มหาชนเกิดความสับสนและหลงเข้าใจผิดได้โดยง่าย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า HACO ดีกว่าจำเลยที่จะยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า MACO ขอให้ห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้า MACO และให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า MACO ต่อนายทะเบียนเสียด้วยจำเลยต่อสู้คดีว่า โจทก์จะเป็นเจ้าของและผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายการค้า HACO หรือไม่ไม่ทราบ และไม่รับรองว่าใช้กันแพร่หลายมาก่อนเครื่องหมายการค้า MACO ของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง MACO ของจำเลยก็ไม่เหมือนหรือคล้ายกับ HACO แต่อย่างใด ไม่ได้เลียนแบบของผู้ใดและไม่เป็นเหตุให้มหาชนเข้าใจผิด ทั้งจำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนก่อนโจทก์ด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิอันใดจะห้ามจำเลยใช้และไม่ให้จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า MACO ได้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาแล้ว ตั้งประเด็นขึ้น 6 ข้อ และวินิจฉัยตามประเด็นเหล่านั้นว่า(1) โจทก์เป็นเจ้าของห้าง เอ.เฮ้าสเล่อร์แอนกำปนี(2) โจทก์ได้มอบอำนาจให้นางสาวอีนาเยอรเกนเช่น ฟ้องคดีเรื่องนี้(3) โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายฮาโก้จดทะเบียนในประเทศสวิสเซอร์แลนด์และในต่างประเทศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2488(4) เครื่องหมายการค้าของโจทก์ใช้มาก่อนเครื่องหมายการค้าของจำเลย(5)

โจทก์รับโอนสิทธิการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าฮาโก้ จากหุ้นส่วนจำกัดภิรมย์เภสัช(6) เครื่องหมายการค้ามาโก้ของจำเลยมีลักษณะคล้ายคลึงหรือเกือบเหมือนเครื่องหมายการค้าฮาโก้ของโจทก์จึงพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าฮาโก้ดีกว่าที่จำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาโก้ ห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้ามาโก้ต่อไป และให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาโก้เสีย ทั้งนายทะเบียนไม่ต้องรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาโก้นั้น ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมค่าทนาย 300 บาทแทนโจทก์ด้วยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นเจ้าของห้าง เอ.เฮ้าสเล่อร์แอนด์โก ทำแว่นตาและกรอบแว่นตาเครื่องหมายฮาโก้ออกจำหน่าย

ได้ส่งมาจำหน่ายในเมืองไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2489ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทเมืองทอง จำเลย ตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2490 ประดิษฐ์แว่นตาและกรอบแว่นตาชื่อมาโก้ ออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2493 เมื่อเดือนมกราคม 2494 จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายมาโก้ และเดือนกุมภาพันธ์ 2494 ห้างภิรมย์เภสัชขอจดทะเบียนเครื่องหมายฮาโก้ แล้วห้างภิรมย์เภสัชโอนสิทธิในการขอนี้ให้แก่โจทก์ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเห็นว่าเครื่องหมายทั้งสองเครื่องหมายนี้คล้ายคลึงใกล้ชิดกันจึงแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทำความตกลงหรือนำคดีขึ้นสู่ศาลแต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า บุคคลที่จะอ้างว่าเป็นเจ้าของมีสิทธิผู้เดียวเพื่อใช้เครื่องหมายสำหรับสินค้านั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไว้ตามมาตรา 27 สำหรับเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ปรากฏในมาตราใดแห่งกฎหมายนี้ให้สิทธิอันใดขึ้นมาตามกฎหมายและแม้เครื่องหมายการค้ารายที่เหมือนกัน

หากนายทะเบียนเห็นเป็นการสมควรก็อาจรับจดทะเบียนให้ทั้งสองฝ่ายได้ตามมาตรา 18 ฉะนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิพิเศษอย่างใดที่จะห้ามจำเลยไม่ให้จดทะเบียนหรือใช้เครื่องหมายมาโก้ของจำเลย และกรณีที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลตาม มาตรา 17 ก็ต้องหมายถึงว่าเฉพาะกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิที่จะอ้างอิงได้ดีกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งได้โต้แย้งสิทธิของตนผู้ที่เสียสิทธิก็ชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 สำหรับคดีนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่อย่างใดที่กฎหมายรับรองไว้ จึงไม่มีสิทธิที่จะเอากรณีนี้มาฟ้องให้ศาลพิพากษาได้จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมค่าทนายสองศาลแก่จำเลย 300 บาทโจทก์ฎีกาศาลฎีกาได้ฟังคำแถลงการณ์ของฝ่ายโจทก์และตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว

เห็นว่า จริงอยู่พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 27 และมาตรา 29 วรรคต้นรับรองสิทธิทั่วไปของเจ้าของเครื่องหมายการค้าซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว แต่มาตรา 29 นั้นเอง วรรคท้ายก็ยังรับรองทางแก้ของผู้เสียหายที่ยังมิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ด้วย และปัญหาเบื้องต้นแห่งคดีเรื่องนี้มีอยู่เพียงว่า ในระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งต่างกำลังขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนอยู่ด้วยกันนี้ ฝ่ายใดสมควรที่จะได้รับการจดทะเบียนดีกว่ากันเท่านั้นควรจะสังเกตว่า มาตรา 16, 17, 18, 19 เป็นเรื่องดุลพินิจของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามเหตุผลที่ปรากฏแล้วแต่กรณีเมื่อนายทะเบียนสั่งการไปโดยอาศัยอำนาจตามมาตราใด ทางแก้ก็ต้องเป็นไปตามความในมาตรานั้น

ๆ โดยเฉพาะศาลอุทธรณ์ยกเอามาตรา 18 ขึ้นมาเทียบกับคดีเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องคนละเรื่องมิได้เกี่ยวข้องกันอย่างใดเลยปัญหาในคดีเรื่องนี้เกี่ยวกับ มาตรา 17 โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติพิเศษให้คู่กรณีนำคดีมาเสนอต่อศาลได้ ดังนี้แล้วจะอ้างว่า "เครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ปรากฏในมาตราใดแห่งกฎหมายนี้ให้สิทธิอันใดขึ้นมาตามกฎหมาย จึงฟ้องไม่ได้" ดังที่ศาลอุทธรณ์อ้างมานั้นกระไรได้ เพราะมาตรา 17 นี้เองให้สิทธิแก่โจทก์อยู่แล้วอย่างชัดแจ้งและตอนท้ายที่ว่า ฝ่ายหนึ่งมีสิทธิดีกว่า แต่อีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งสิทธิของตน ก็ชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจะต้องรอให้มีการโต้แย้งสิทธิกันเสียก่อนจึงจะฟ้องร้องกันได้ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานี้แล้ว บทบัญญัติใน มาตรา 17 ที่ให้คู่กรณีนำคดีมาเสนอต่อศาลได้นั้นก็ไม่มีประโยชน์พิเคราะห์ มาตรา 41-42 ต่อไปก็ยังรับรองยืนยันว่า แม้ถึงว่านายทะเบียนจะได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ฝ่ายหนึ่งไปแล้วก็ดีบุคคลที่มีสิทธิดีกว่ายังอาจขออำนาจศาลให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเสียได้ดังนี้จะอ้างเพียงแต่ว่าเมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว ย่อมไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องให้ศาลพิจารณาพิพากษาได้ เพราะโจทก์ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่อย่างใดที่กฎหมายรับรองไว้จึงเป็นการไม่ถูกต้อง โดยศาลฎีกาเห็นว่าบทกฎหมายดังกล่าวมาทั้งนี้รับรองสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ยังมิได้จดทะเบียนอยู่เหมือนกันและโดยเฉพาะคดีเรื่องนี้โจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้ตามมาตรา 17ด้วยเหตุทั้งหลายดังกล่าวมา ศาลฎีกาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาคดีเรื่องนี้ใหม่ตามนับแห่งข้อกฎหมายดังกล่าวแล้วข้างต้น ค่าธรรมเนียมและค่าทนาย 150 บาท ในชั้นนี้ให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้