Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนสอดคล้องกับคำเบิกความของ ร. ว่าก่อนเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ได้ขอให้หาคนไปยิงผู้ตายเพราะผู้ตายติดต่อฉันชู้สาวกับ ส. สามีจำเลยที่ 2ชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยที่ 1 รับสารภาพว่ารับจ้างจำเลยที่ 2ยิงผู้ตาย โดยจำเลยที่ 3 เป็นคนติดต่อ ประกอบกับผู้ตรวจพิสูจน์มีความเห็นว่าปลอกกระสุนปืนของกลางที่จำเลยที่ 1 นำยึดได้และหัวกระสุนปืนที่ได้จากศพผู้ตายใช้ยิงมาจากอาวุธปืนของกลางที่ยึดได้จากจำเลยที่ 1 ขณะทำการจับกุมจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2และที่ 3 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ คำให้การดังกล่าวจึงใช้ยันจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์แล้วฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วย มาตรา 84

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2533 เวลากลางวันจำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนสั้นขนาด .38 หมายเลขทะเบียน รย.1/5104 ของผู้อื่นจำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และระหว่างวันที่ 5 กันยายน2533 ถึงวันที่ 24 กันยายน 2533 เวลากลางวัน ต่อเนื่องกันจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกได้ร่วมกันใช้ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริมให้จำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนางเบญจมาศ คงชัยผู้ตาย 1 นัด โดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อน กระสุนปืนถูกผู้ตายบริเวณกกหูขวาถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอดและตำบลช่องกิ่งอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เกี่ยวพันกันเจ้าพนักงานยึดหัวกระสุนปืนขนาด

.38 จากศพของผู้ตาย 1 หัวอาวุธปืนสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน5 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก และซองพกหนัง 1 ซองเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91,288, 289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 และริบของกลางจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสอง และวรรคสาม การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ลงโทษประหารชีวิต

ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 72 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือนส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)ประกอบด้วย มาตรา 84 ให้ลงโทษประหารชีวิต คำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสามในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษคนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52(1) คงลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้จำคุกตลอดชีวิต

ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองจำคุก 4 เดือน รวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ริบหัวกระสุนปืน กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ส่วนอาวุธปืนและซองพกหนังของกลางให้คืนแก่เจ้าของจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1 ไปฆ่าผู้ตายตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยหรือไม่โจทก์มีนายลิ่ม พรหมสุทธิ์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านโคกทรายเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยที่ 2 เคยไปพบและขอให้ช่วยตักเตือนผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามิให้ติดต่อกับนายสมนาช สามีจำเลยที่ 2 และโจทก์มีนายรอง เสนฤทธิ์ เป็นพยานเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ได้ขอให้หาคนไปยิงผู้ตาย เพราะผู้ตายติดต่อฉันชู้สาวกับนายสมนาชสามีจำเลยที่ 2 นายรองตกลงและได้ไปติดต่อนายมวล เกาะเสือ ให้ยิงผู้ตายในราคา 12,000 บาทจำเลยที่ 2 ได้มอบเงินให้นายมวลงวดแรก 8,000 บาท แต่นายมวลไม่ยอมทำงานให้

ต่อมาจำเลยที่ 3 ได้ไปพบจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2ขอให้จำเลยที่ 3 หาคนไปยิงผู้ตายให้ จำเลยที่ 3 รับปากและต่อมาได้ติดต่อว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ไปยิงผู้ตายในราคา 25,000 บาทซึ่งนายมวลพยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็เบิกความสอดคล้องกับคำเบิกความของนายรอง เห็นว่าพยานโจทก์ทั้งสองปากนี้รู้จักจำเลยทั้งสามมาก่อน ไม่มีสาเหตุกับจำเลยทั้งสามและเบิกความสอดคล้องกันจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อ นอกจากนั้นโจทก์ยังมีพันตำรวจโทหิรัญสุขปุณพันธ์ พันตำรวจตรีประเสริฐ หยงสตาร์ พนักงานสอบสวนและร้อยตำรวจโทประหยัด ฟุงสูงเนิน เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วจากการสืบสวนทราบว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายและจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลาง

ชั้นจับกุมจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจำเลยที่ 2 ยิงผู้ตาย โดยจำเลยที่ 3 เป็นคนติดต่อ ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามเอกสารหมาย จ.12 ต่อมาจับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ จำเลยที่ 2และที่ 3 ก็ให้การรับสารภาพปรากฏตามคำให้การเอกสารหมาย จ.19 และจ.17 ได้มีการจัดส่งหัวกระสุนปืนซึ่งได้จากศพผู้ตาย ปลอกกระสุนปืนที่จำเลยที่ 1 นำยึดได้และอาวุธปืนที่ยึดได้จากจำเลยที่ 1 ขณะทำการจับกุมไปให้กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจตรวจพิสูจน์แล้ว มีความเห็นว่าปลอกกระสุนปืนของกลางที่จำเลยที่ 1 นำยึดได้ และหัวกระสุนปืนที่ได้จากศพผู้ตายใช้ยิงมาจากอาวุธปืนของกลางที่ยึดได้จากจำเลยที่ 1ขณะทำการจับกุม ปรากฏตามความเห็นของว่าที่ร้อยตำรวจโทกีรติ

แปลกบรรจง ผู้ตรวจพิสูจน์ตามเอกสารหมาย จ.10 เห็นว่าพยานโจทก์ไม่เคยมีสาเหตุกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 มาก่อนทั้งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ และต่างเบิกความสอดคล้องกับพยานโจทก์ปากอื่น จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ ซึ่งคำให้การดังกล่าวใช้ยันจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสืบว่า ให้การรับสารภาพเพราะพนักงานสอบสวนจะกันไว้เป็นพยานก็ดี ลงชื่อไปโดยไม่ได้อ่านข้อความก็ดี ไม่มีน้ำหนักพอฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ดังที่ได้วินิจฉัยมารับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ฎีกาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7144/2545

คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่รับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าและข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย ถือว่าเป็นพยานหลักฐานที่ใช้ยันจำเลยเพื่อพิสูจน์การกระทำผิดของจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2538

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นเอาเงินสดของส.ไป โดยร่วมกันใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทง ส. เป็นเหตุให้ ส.ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 288, 289 และ 340 คดีฟังได้แต่เพียงว่า จำเลยที่ 2 ได้ล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8743/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2546

การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หมายความว่า ก่อนทำการฆ่าผู้กระทำผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจกระทำความผิด ไม่ใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะเมาสุราหรือบันดาลโทสะ การไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุเกี่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้