Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1853/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีภรรยาอยู่กินกันมาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสระหว่างอยู่กินด้วยกันได้เอาเงินที่ทำมาหาได้ด้วยกันซื้อที่ดินมือเปล่าไว้ทำกินร่วมกัน ต่อมาเลิกเป็นสามีภรรยากัน ภรรยาขอให้แบ่งที่ดินนี้ให้ครึ่งหนึ่ง สามีไม่ยอมแบ่งให้ และสามีเป็นฝ่ายครอบครองทำกินแต่ฝ่ายเดียวหลังจากเลิกเป็นสามีภรรยากัน ดังนี้ เมื่อภรรยาจะฟ้องขอแบ่งเอาที่ดินนั้น ก็ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่ทราบการที่สามีปฏิเสธไม่ยองแบ่งให้ เพราะการที่สามีปฏิเสธไม่ยอมแบ่งให้นั้น ย่อมเห็นได้ว่า สามีไม่ได้ปกครองที่ดินแทนภรรยาด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมา ๑๐ ปีเศษ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ระหว่างอยู่กินด้วยกันได้ซื้อที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญจากนายช่วย โดยซื้อด้วยเงินที่ทำมาหาได้ด้วยกัน ก่อนฟ้องคดีนี้ประมาณหนึ่งปีเศษ โจทก์จำเลยเลิกจากการเป็นสามีภรรยา ได้แยกกันอยู่ โจทก์ได้ขอให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์ สำหรับที่พิพาทนี้ขอให้แบ่งโจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยไม่ยอม คงครอบครองทำกินฝ่ายเดียวตลอดมา โจทก์จึงไปร้องต่ออำเภอ จำเลยก็ยังไม่ยอมแบ่ง ในปัญหาเรื่องอายุความฟ้องร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยแบ่งที่ดินซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่มีกฎหมายบัญญัติถึงอายุฟ้องร้อง ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ซึ่งให้มีกำหนด ๑๐ ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นับแต่จำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๑ ตามสำเนาบันทึกการแบ่งทรัพย์ (ของอำเภอ) จนถึงวันโจทก์ฟ้องเป็นเวลาเกิน ๑ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๔ วรรคท้าย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำเนาบันทึกเรื่องแบ่งทรัพย์ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๑ ข้อ ๓ ใจความว่า ทางอำเภอไกล่เกลี่ย แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ เมื่อที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า และจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทำกินแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ได้แยกอยู่กินกับโจทก์มากกว่า ๑ ปี และเมื่อโจทก์ทราบการที่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๑ ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยไม่ได้ปกครองที่พิพาทแทนโจทก์แต่อย่างใด สิทธิครอบครองของโจทก์ซึ่งเคยมีมาแต่ก่อนได้ถูกจำเลยปฏิเสธไม่ยอมแบ่ง โจทก์ชอบที่จะฟ้องจำเลยภายในอายุความ ๑ ปี แต่โจทก์ฟ้องเมื่อเกิน ๑ ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุเมธ นวะบุศย์
ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2503

ตั้งแต่จำเลยจดทะเบียนสิทธิเก็บกินสวนพิพาทให้โจทก์ตลอดชีวิต โจทก์ ไม่เคยเข้าครอบครองและไม่เคยให้สิทธิเก็บกินเลยตลอดมา เป็นเวลา 7 - 8 ปี แล้ว โจทก์ก็ยังฟ้องขอให้บังคับจำเลยตามสิทธินี้ได้ คดีเช่นนี้มีอาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8486/2553

ที่ดินพิพาทซึ่งบริษัท ซ. ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่ เป็นที่ดินของรัฐที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งไม่เคยมีผู้ใดได้รับสิทธิในที่ดินตามกฎหมายมาก่อนตาม พ.ร.บ.แร่ฯ มาตรา 73 (3) ที่กำหนดมิให้ถือว่าการใช้ที่ดินของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7393/2550

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ และ พ. เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ พ. ย่อมไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่จำเลย แม้จำเลยจะรับโอนมาโดยเสียค่าตอบแทนและเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2546

คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าโจทก์ครอบครองมาตั้งแต่ปี 2502 ต่อมาจำเลยไปยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยแจ้งความเท็จว่าเป็นฝ่ายครอบครองโดยซื้อมาจาก ต. เจ้าพนักงานที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2044/2541

จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องการรบกวนการครอบครองในที่ดินมือเปล่าในเวลาเกินกว่า 1 ปี นับแต่ถูกรบกวนการครอบครอง โจทก์จึงขาดสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องเป็นคำให้การต่อสู้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้