คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้พระภิกษุสงวน ขันติโก เจ้าอาวาสวัดพริกได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายฉุย ธูปประสมดำเนินคดีฟ้องจำเลยเป็นความอาญาขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ตามกฎหมายอาญา มาตรา 304, 314, 71จำเลยปฏิเสธข้อหาโจทก์ศาลจังหวัดสิงห์บุรีพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 304, 314 ให้รวมลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาแทนวัดคือเจ้าอาวาส แต่พระภิกษุสงวนเจ้าอาวาสวัดพริกมิได้ฟ้องคดีเองโดยมอบอำนาจให้นายฉุยฟ้องคดีแทนเช่นนี้ ไม่มีสิทธิที่จะมอบหมายให้ฟ้องแทนกันได้ เทียบตามคำพิพากษาฎีกาที่ 892/2499 ระหว่างนายเคียกเกียแซ่จึง โจทก์ นายโบ๊ แซ่จึง จำเลย โดยที่อำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อย จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว ปรากฏว่าวัดพริกเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) บังคับว่าบุคคลที่จะจัดการแทนผู้เสียหายได้คือผู้แทนของวัดพริกซึ่งได้แก่พระภิกษุสงวนเจ้าอาวาส ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติไว้ว่าในคดีอาญาให้ผู้แทนมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้แทนได้อีก ไม่เหมือนกับคดีแพ่งโดยที่สิทธิฟ้องคดีอาญา มีบัญญัติไว้แล้วในคดีอาญา จึงยกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอนุโลมมาใช้บังคับไม่ได้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 579/2488 ระหว่างนางขำ สาสูงเนิน โจทก์นายเจิมกับพวกจำเลย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์