Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นโดยนำหนังสือมอบอำนาจและหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินซึ่งเป็นเอกสารปลอมมายื่นต่อศาลชั้นต้นประกอบคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ศาล เจ้าของหลักทรัพย์ ตลอดจนจำเลย ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), 33 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 180

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวต่อศาลชั้นต้น อ้างว่าเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากนางสาวสมพร โตอ่วม ให้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 14163 และ 14164 ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ของนางสาวสมพรมาเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวจำเลย โดยมีนายมานิตย์ กล้าไพรี ขอเป็นผู้ประกันด้วยบุคคลร่วมด้วย แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต เนื่องจากบุคคลผู้ประกันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลย ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นโทรศัพท์สอบถามไปยังนายเชิงชาญ แจ่มอัมพร เจ้าพนักงานปกครอง 4 ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตบางกะปิ ผู้มีชื่อระบุว่าเป็นผู้รับรองลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจของนางสาวสมพรที่ผู้ถูกกล่าวหานำมายื่นจึงทราบจากนายเชิงชาญว่าไม่ได้รับรองลายมือชื่อดังกล่าวและได้โทรศัพท์สอบถามไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

สาขาแม่ริม ทราบว่าไม่ได้ออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินจำนวน 2 ฉบับ ที่ผู้ถูกกล่าวหานำมายื่นประกอบการขอปล่อยชั่วคราว และผู้ที่ระบุว่าเป็นผู้ออกหนังสือรับรองดังกล่าว คือนางจรูญศรี ธรรมแสง นักวิชาการที่ดิน 6 ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1), 33 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 180 ให้จำคุก 6 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นโดยนำหนังสือมอบอำนาจและหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดิน (เอกสารหมายเลข 6 และ 7) ซึ่งเป็นเอกสารปลอมมายื่นต่อศาลชั้นต้นประกอบคำร้องขอปล่อยชั่วคราว คดีจึงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาโดยสรุปว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้มีส่วนร่วมในการปลอมเอกสารดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมมิได้มีเจตนาที่จะใช้เอกสารปลอมดังกล่าวในการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนั้น เห็นว่า ตามคำเบิกความของผู้ถูกกล่าวหาได้ความว่าผู้ถูกกล่าวหาประกอบอาชีพเป็นนายประกันอาชีพซึ่งเคยยื่นคำร้องขอปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยมาหลายราย

ย่อมต้องทราบดีว่าการจะนำหลักทรัพย์ของผู้อื่นมายื่นคำร้อง จะต้องได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของหลักทรัพย์ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยรู้จักนางสาวสมพร โตอ่วม เจ้าของหลักทรัพย์ไม่เคยได้รับมอบอำนาจให้นำหลักทรัพย์มาประกันตัวจำเลย แต่กลับแสดงตนเป็นผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลที่อ้างว่านางศุภาพร คล้ายหร่าย เป็นผู้จัดหาเอกสารดังกล่าวมาให้โดยที่ผู้กล่าวหาไม่ทราบว่านางศุภาพรได้มาอย่างไร โดยมีนางศุภาพรมาเบิกความเป็นพยานสนับสนุนนั้น ก็ได้ความว่านางศุภาพรเป็นนายประกันอาชีพและร่วมกิจการกับผู้ถูกกล่าวหามาเป็นเวลา 1 ปี ย่อมจะต้องมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่ มิฉะนั้นผู้ถูกกล่าวหาคงจะไม่รับดำเนินการแทนนางศุภาพรก็เบิกความอ้างว่าได้เอกสารปลอมดังกล่าวมาจากบุคคลอื่นอีกทอดหนึ่ง เป็นการปฏิเสธความรับผิดอย่างไม่มีเหตุผล ที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ

จากนางศุภาพรในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวคดีนี้ ยิ่งเป็นข้อพิรุธ พฤติการณ์แห่งคดีบ่งชี้ให้เห็นเจตนาอันไม่สุจริตของผู้ถูกกล่าวหา ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ศาล เจ้าของหลักทรัพย์ตลอดจนจำเลย ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1), 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 180 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษผู้ถูกกล่าวหามานั้นชอบด้วยเหตุผลและเหมาะสมแล้ว ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รัตน กองแก้ว · มงคล ทับเที่ยง · พินิจ บุญชัด
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3395/2566

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), 33 กฎหมายดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจพิเศษในการสั่งลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดร้องขอหรือเป็นโจทก์ฟ้อง ส่วนความผิดของจำเลยคดีนี้เป็นเรื่องปลอมเอกสารและใช้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2562

การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2559

ข้อความที่ผู้ถูกกล่าวหาลงแสดงในเฟซบุ๊กมีข้อความที่ไม่เป็นความจริงกล่าวหาว่าศาลดำเนินคดีไม่เป็นธรรม และไปถ่ายรูปในบริเวณศาลนำมาลงประกอบข้อความเท็จของตนในเฟซบุ๊กว่าศาลเรียกเงิน และมีข้อความลงข่มขู่ศาลว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2558

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4923/2557

บทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ศาลมีอำนาจค้นหาความจริงได้โดยการไต่สวนและไม่จำต้องกระทำต่อหน้าจำเลยดังเช่นการพิจารณาคดีอาญาทั่วไป กรณีเช่นนี้จึงไม่อาจนำ ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง มาใช้บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้