คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับพวกอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันปล้นทรัพย์ของนายถาวร พรหมขวัญ โดยใช้วาจาและมีดพกเป็นอาวุธขู่เข็ญ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐,๘๓
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง จำเลยที่ ๑ อายุไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ จำคุก ๑ ปี ๘ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๑๒ ปี จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ระหว่างที่ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ ๒ ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมาให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง
ศาลฎีกาเห็นว่า ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม โจทก์รับว่าจำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรมจริงและแถลงขอถอนฎีกา คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๑) โดยโจทก์ไม่จำต้องขอถอนฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ