Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18619/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลในคดีส่วนแพ่งจะรอฟังข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหรือไม่ก็ได้ เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป พฤติกรรมของจำเลยที่ 1 ที่หลบหนีคดีอาญาอยู่ ไม่อาจทราบได้ว่าคดีส่วนอาญาจะมีคำพิพากษาได้เมื่อใด การที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอฟังคดีอาญาก่อนจึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 1,466,500 บาท แก่โจทก์ทั้งหก พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหก จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ และไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 1,456,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 กันยายน 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหก กับให้จำเลยที่ 3 ร่วมกันรับผิดชำระเงินไม่เกิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหก ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งหก สำหรับค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามรับผิดเพียงเท่าจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งหกชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เป็นบิดามารดานายภากร ผู้ตาย โจทก์ที่ 3 เป็นภริยาผู้ตาย โจทก์ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เป็นบุตรผู้เยาว์ของผู้ตาย ผู้ตายทำงานเป็นพนักงานของบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2542 เวลา 15.30 นาฬิกา เกิดเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 197 กับ 198 ของถนนมิตรภาพ ช่วงถนนโค้งและลงเนิน มีช่องเดินรถ 4 ช่อง มีเกาะกลางถนนแบ่งช่องเดินรถข้างละ 2 ช่อง คือ มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครราชสีมา 2 ช่อง ช่องเดินรถสวนทาง 2 ช่อง เหตุเกิดที่ช่องเดินรถที่มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครราชสีมา รถที่เกิดเหตุนั้นคันหนึ่งเอาประกันภัยไว้กับบริษัทที่ผู้ตายทำงาน

ผู้ตายไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและถ่ายภาพรถและสถานที่เกิดเหตุ ผู้ตายขับรถยนต์ของผู้ตายไป เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน 6 ษ - 6700 กรุงเทพมหานคร ผู้ตายจอดรถยนต์ไว้ที่ไหล่ทางด้านขวา มีพนักงานของหน่วยกู้ภัยคอยโบกรถที่แล่นมุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครราชสีมาซึ่งมีช่องเดินรถ 2 ช่อง ให้ขับไปทางช่องเดินรถช่องซ้าย จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 2717 กรุงเทพมหานคร เป็นรถยนต์กระบะตอนเดียว ที่กระบะท้ายได้ต่อโครงเหล็กเสริมสำหรับบรรทุกสิ่งของ มีหลังคาอลูมิเนียมคลุมกระบะ จำเลยที่ 2 เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 กำหนดความรับผิดชอบต่อบุคคลคนละ 250,000 บาท ขณะเกิดเหตุอยู่ในระยะเวลาประกันภัย

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 คันดังกล่าวบรรทุกน้ำมันพืชของจำเลยที่ 2 จำนวน 150 ปีบ น้ำหนักปีบละประมาณ 15 กิโลกรัม มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครราชสีมา โดยขับรถในช่องเดินรถช่องขวา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นพนักงานของหน่วยกู้ภัยโบกรถให้ขับไปทางช่องเดินรถช่องซ้าย ก็หักหลบไปทางช่องเดินรถช่องซ้าย แต่รถยนต์ที่ขับเสียหลักพลิกหงายท้อง ล้อทั้งสี่ชี้ฟ้า ลื่นไถลไป ซึ่งโจทก์ฟ้องว่า ลื่นไถลไปชนรถยนต์ของผู้ตายที่จอดอยู่ รถยนต์ของผู้ตายกระเด็นไปถูกผู้ตายที่ยืนถ่ายภาพอยู่ที่หน้ารถยนต์ของผู้ตาย ผู้ตายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ถึงแก่ความตายในวันรุ่งขึ้น ต่อมาวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 พันตำรวจโทชัยวัฒน์ พนักงานสอบสวน

แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 1 ว่าขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ วันที่ 23 พฤษภาคม 2543 พนักงานอัยการฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดสีคิ้ว) จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ โจทก์ทั้งหกฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 โจทก์ทั้งหกยื่นบัญชีระบุพยานอ้างสำนวนคดีอาญาดังกล่าวเป็นพยานของโจทก์ทั้งหกด้วย ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ทั้งหกได้ 2 ปาก คือโจทก์ที่ 1 และที่ 3 เบิกความเมื่อวันที่ 20 และ 30 สิงหาคม 2544 ตามลำดับ ครั้นวันที่ 27 กันยายน 2544 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอฟังผลคดีอาญา โดยคดีอาญา

สืบพยานโจทก์ปากแรกคือ ตัวโจทก์ที่ 3 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2545 วันที่ 22 มกราคม 2545 สืบร้อยตำรวจเอกสถาพร รองสารวัตรงาน 2 กองกำกับการวิทยาการเขต 4 ผู้ตรวจพิสูจน์ร่องรอยเฉี่ยวชนของรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 กับรถยนต์ของผู้ตาย และวันที่ 17 กันยายน 2545 สืบนายเจษฎา ผู้อ้างว่าเป็นประจักษ์พยานคดีนี้ ต่อมาจำเลยที่ 1 หลบหนีคดีอาญา ถึงวันนัดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546 ยังจับตัวจำเลยที่ 1 ไม่ได้ ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีอาญาชั่วคราว วันที่ 20 มกราคม 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาต่อไป และให้นำสำนวนคดีอาญามาผูกพ่วงไว้กับคดีนี้ตามที่โจทก์ทั้งหกขอ ศาลชั้นต้นนัดพร้อมวันที่ 22 มีนาคม 2547 และนัดสืบพยานโจทก์ทั้งหกและพยานจำเลยที่ 2 ในวันที่ 22 ธันวาคม 2547 เวลา 9.00 ถึง 16.30 นาฬิกา

ถึงวันนัดศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาเวลา 13.30 นาฬิกา ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ทั้งหกได้อีก 1 ปาก ทนายโจทก์ทั้งหกแถลงหมดพยาน ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยที่ 2 ต่อไปในวันเดียวกันนั้น โดยสืบพยานจำเลยที่ 2 ได้ 2 ปาก ฝ่ายจำเลยที่ 2 แถลงหมดพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ขณะคดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ปรากฏตามสำนวนคดีอาญาที่ผูกพ่วงกับคดีนี้ว่า วันที่ 3 มกราคม 2551 ผู้ประกันตามจับจำเลยที่ 1 ส่งศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 1 ก่อนพิพากษา ในรายงานของพนักงานคุมประพฤติรายงานต่อศาลชั้นต้นระบุไว้ด้วยว่า

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ 2 ขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ขับมาในช่องเดินรถช่องขวามือตลอดด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีชาย 2 คน โบกรถให้ขับรถไปในช่องเดินรถช่องซ้าย แต่โบกกะทันหัน จึงหักหลบไปช่องเดินรถช่องซ้ายรถพลิกคว่ำไถลไปชนรถยนต์ของผู้ตาย รถยนต์ของผู้ตายกระเด็นไปชนผู้ตาย ศาลชั้นต้นลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ต่อมาถอนอุทธรณ์ คดีอาญาถึงที่สุดแล้วโดยศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด (หมายแดง) ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2551 ส่วนคดีนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2551 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อแรกว่า

คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลล่างทั้งสองควรรอฟังข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก่อนนั้น เห็นว่า ศาลในคดีส่วนแพ่งจะรอฟังข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหรือไม่ก็ได้ เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป ไม่มีบทกฎหมายบังคับให้จำต้องรอฟังพฤติกรรมของจำเลยที่ 1 ที่หลบหนีคดีอาญาอยู่ ไม่อาจทราบได้ว่าคดีส่วนอาญาจะมีคำพิพากษาได้เมื่อใด การที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอฟังคดีอาญาก่อนจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ดุลพินิจธรรมา · โสภณ โรจน์อนนท์ · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายถิรายุ สุวรรณรัตน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายทรงพล สงวนพงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.607/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ694/2543
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ803/2544
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6131/2558

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น การนำข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาส่วนอาญามารับฟังในคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ คำพิพากษาคดีอาญาต้องถึงที่สุด ข้อเท็จจริงนั้นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10534/2558

ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติไว้ว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญา คดีนี้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติในคดีส่วนอาญาคงมีเพียงว่า จำเลยกระทำโดยประมาท ส่วนข้อเท็จจริง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13675/2557

แม้ ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะบัญญัติว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา แต่ในกรณีนี้ข้อเท็จจริงที่ฟังในคดีอาญาคงมีแต่เพียงว่า ทั้งผู้ตายและจำเลยที่ 1 ต่างกระ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้