Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เก็บเอกสารหลักฐานบัญชีของโจทก์ไว้ที่อื่น ซึ่งมิใช่สถานที่ประกอบธุรกิจการค้าของโจทก์โดยมิได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่285 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 13 โจทก์จะยกเอาเหตุบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหาย อันเกิดจากการปฏิบัติฝ่าฝืนต่อกฎหมายของโจทก์มาอ้างเป็นเหตุสุดวิสัย เพื่อมิให้เจ้าพนักงานประเมินให้โจทก์เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายตาม ป. รัษฎากร มาตรา 71(1) หาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 71

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลของเจ้าพนักงานประเมินจากจำเลยที่ 1 รวม 3 ฉบับ โจทก์ได้อุทธรณ์การประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แต่คณะกรรมการดังกล่าววินิจฉัยยกอุทธรณ์โจทก์ ซึ่งโจทก์เห็นว่าคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยทั้งสี่ให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์เก็บเอกสารหลักฐานบัญชีของโจทก์ประจำปี พ.ศ. 2519 ถึง 2523 ไว้ที่บ้านพักของหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งไม่ใช่สถานที่ประกอบธุรกิจการค้าของโจทก์อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 13 ซึ่งให้ผู้มีหน้าที่ทำบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้

ณ สถานที่ประกอบธุรกิจและโจทก์มิได้ขออนุญาตเก็บบัญชีและเอกสารไว้ ณ สถานที่อื่นตามประกาศของกรมทะเบียนการค้า (พ.ศ. 2526) ลงวันที่ 24 มีนาคม 2526และมิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ทราบล่วงหน้าว่าจะเก็บบัญชีและเอกสารประกอบไว้ที่อื่นตามประมวลรัษฎากรมาตรา 83 ตรี ฉะนั้น ที่โจทก์อ้างว่าบัญชีและเอกสารประกอบสูญหายเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจส่งมอบบัญชีและเอกสารดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้ จึงไม่ถูกต้อง การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"...ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า โจทก์ได้ใช้สำนักงานสาขาของโจทก์เป็นสถานการค้าและเป็นสถานที่ประกอบธุรกิจของโจทก์ตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ ปรากฏตามคำเบิกความของนายวีระพันธ์ เทอดธรรมไพศาลพยานโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ว่า สำนักงานสาขาของโจทก์เป็นอาคาร 3 คูหา เปิดเป็นร้านขายยา 2 คูหา ใช้ชื่อร้านว่า"แม่ฮ่องสอนเภสัช" ส่วนอีกคูหาหนึ่งมีป้ายชื่อ "บริษัทแม่ฮ่องสอนก่อสร้าง จำกัด" ติดไว้ที่กระจกหน้าสำนักงาน ที่สำนักงานสาขาทั้ง 3คูหานี้ไม่มีป้ายชื่อห้างโจทก์ติดอยู่เลย สำหรับร้านขายยาแม่ฮ่องสอนเภสัชนี้เปิดขายยามาก่อนที่จะมีการก่อตั้งห้างโจทก์และนายวีระวัฒน์ เทอดธรรมไพศาล

น้องชายของพยานเป็นผู้ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ต้น ก่อนก่อตั้งห้างโจทก์เช่นเดียวกัน ส่วนบริษัทแม่ฮ่องสอนก่อสร้าง จำกัด ก็มีนายวีระวัฒน์เป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้จัดการ และปรากฏตามคำเบิกความของนายวีระวัฒน์พยานโจทก์ว่าสำนักงานสาขาของโจทก์ใช้เป็นบ้านพักของพยานกับภริยาและบุตรจากคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าว เห็นได้ว่าร้านขายยาแม่ฮ่องสอนเภสัชที่ตั้งอยู่ที่สำนักงานสาขาของโจทก์นั้นเป็นกิจการของนายวีระวัฒน์ซึ่งได้เปิดดำเนินกิจการมาก่อนก่อตั้งห้างโจทก์แล้วหาใช่เป็นกิจการของโจทก์ไม่ ส่วนอีกคูหาหนึ่งที่ว่าใช้เป็นที่เก็บวัสดุก่อสร้างนั้น ก็ปรากฏว่าติดป้ายชื่อบริษัท แม่ฮ่องสอนก่อสร้างจำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์รับเหมาก่อสร้างและมีนายวีระวัฒน์เป็นกรรมการผู้จัดการ

วัสดุก่อสร้างที่เก็บไว้ดังกล่าวจึงน่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างของบริษัทแม่ฮ่องสอนก่อสร้าง จำกัด ที่เก็บไว้ใช้ในการรับเหมาก่อสร้าง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของโจทก์ เพราะถ้าหากใช้เป็นที่เก็บวัสดุก่อสร้างของโจทก์จริงแล้ว ก็น่าจะมีป้ายชื่อห้างของโจทก์ติดไว้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ใช้สำนักงานสาขาเป็นสถานการค้าหรือสถานที่ประกอบธุรกิจของโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อฟังข้อเท็จจริงเช่นนี้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่สำนักงานสาขาซึ่งใช้เป็นสถานการค้าและสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี จะถือว่าเป็นการเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นตามความหมายแห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 285 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 13 หรือไม่อีกต่อไปกรณีของโจทก์ถือไม่ได้ว่าเป็นการเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ในสถานการค้าหรือสถานที่ประกอบธุรกิจของโจทก์แต่เป็นการเก็บรักษาไว้

ณ สถานที่อื่น และโจทก์มิได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 ข้อ 13 ดังกล่าว โจทก์จะยกเอาเหตุที่บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายอันเกิดจากการปฏิบัติฝ่าฝืนต่อกฎหมายของโจทก์มาอ้างเป็นเหตุสุดวิสัยเพื่อมิให้เจ้าพนักงานประเมินใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 71(1) ไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ก้าน อันนานนท์ · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5519/2561

คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มและประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำเลยที่ 1 แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเป็นภาษีอากรประเมิน ซึ่งเมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับแจ้งการประเมินแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2552

การที่เจ้าพนักงานประเมินจะเลือกใช้อำนาจประเมินตาม มาตรา 71 (1) แห่ง ป.รัษฎากร ต้องเป็นการใช้โดยมีดุลพินิจที่เหมาะสมแก่กรณีและเป็นธรรมด้วย แม้การที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลภายหลังจากก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2551

ป.รัษฎากร มาตรา 71 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้หรือมิได้ทำบัญชีหรือทำไม่ครบตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 17 และม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2549

ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจาก อ. ไม่ยอมส่งมอบบัญชีและเอกสารคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ออกใบกำกับภาษีได้เพราะโจทก์ไม่ทราบว่ามีใบกำกับภาษีอะไรบ้างนั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้