Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ทำสัญญาจ้าแรงงานเพื่อว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคาร โดยทำสัญญาและก่อสร้างอาคารดังกล่าวที่จังหวัดเชียงใหม่ และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ตามมูลหนี้ค่าก่อสร้างเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานถือว่ามูลหนี้ตามเช็คเกิดจากสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง มูลหนี้จึงเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดเชียงใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารแห่งประเทศไทย จำกัด สาขาท่าอากาศยานในท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร มอบให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ค่าก่อสร้าง โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,862,343.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 2,693,970 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยเป็นหนี้ค่าก่อสร้างโจทก์และไม่เคยว่าจ้างให้โจทก์ก่อสร้างอาคารใดๆ ต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อคำประกันหนี้ค่าก่อสร้างระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ไว้ก่อนโดยตกลงว่า เมื่อโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ตกลงในเรื่องหนี้กันได้แล้วโจทก์จะส่งมอบเช็คพิพาทคืนแก่จำเลย จำเลยไม่เคยได้รับการทวงถามจากโจทก์ และจำนวนหนี้ที่โจทก์ฟ้องไม่ถูกต้อง เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ชำระหนี้บางส่วนและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,693,970 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 168,373.10 บาท)

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาท่าอากาศยาน ในท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ลงวันที่สั่งจ่าย 15 กรกฎาคม 2536 จำนวนเงิน 2,693,970 บาท มอบให้โจทก์ เมื่อถึงกำหนดใช้เงินตามเช็ค โจทก์ได้นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายวิทยา สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการของโจทก์มาเบิกความยืนยันว่า โจทก์มอบอำนาจให้พันจ่าอากาศเอกชตรี จิตร์ระเบียบ เป็นผู้ดำเนินคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งมีกรรมการผู้มีอำนาจ 2 คน ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์แล้ว โดยจำเลยไม่ได้นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่าโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยชอบ

ส่วนที่จำเลยอ้างว่าตราสำคัญของบริษัทโจทก์ที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 ไม่เหมือนกับตราในสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 นั้นได้ความจากพันจ่าอากาศเอกชตรี จิตต์ระเบียบ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ว่าตราประทับตามเอกสารหมาย จ.3 เป็นตราสำคัญของโจทก์อันเก่าที่ต่อมาชำรุดได้จัดทำตราประทับใหม่ตามเอกสารหมาย จ.2 อันเป็นการยืนยันว่าตราที่ใช้ประทับในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 เป็นตราสำคัญของโจทก์ที่แท้จริง เมื่อกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ 2 คน ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญดังกล่าวแล้วย่อมผูกพันบริษัทโจทก์ได้ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทเอกสารหมาย จ.1 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 มีนายธำรงค์ สุขสวัสดิ์ กรรมการโจทก์ผู้เดียวลงลายมือชื่อในฐานะผู้รับจ้างถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์สัญญาไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยต้องรับผิดตามสัญญานั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาท จำเลยก็ไม่ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ต้องรับผิดเพราะสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ ไม่มีผลผูกพันกันตามกฎหมาย จำเลยกลับให้การยอมรับว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ทำสัญญาจ้างแรงงานกับโจทก์ และจำเลยยังเบิกความรับว่าจำเลยได้รับมอบอำนาจจากห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ให้ทำสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย

จ.3 จึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ และมีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาดังกล่าวหรือไม่ จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ทำสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 เพื่อว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารบุญมาศแมนชั่น โดยทำสัญญาและก่อสร้างอาคารดังกล่าวที่จังหวัดเชียงใหม่ และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ตามมูลหนี้ค่าก่อสร้างเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 ถือว่ามูลหนี้ตามเช็คเกิดจากสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง

มูลหนี้จึงเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่อันเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า จำเลยต้องรับผิดตามเช็คพิพาทหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การยอมรับว่า จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คจึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า จำเลยต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 เมื่อจำเลยปฏิเสธความรับผิดอ้างว่าสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันหนี้ก่อสร้าง เมื่อโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ตกลงหนี้กันได้โจทก์จะคืนเช็คให้จำเลยเช่นนี้

จำเลยมีภาระการพิสูจน์ให้ได้ความดังกล่าวซึ่งจำเลยเบิกความลอยๆ เพียงปากเดียวว่า หลังจากโจทก์ส่งมอบงานแล้วโจทก์แจ้งหนี้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์จะต้องชำระเป็นเงิน 2,600,000 บาท จำเลยได้ไปเจรจากับโจทก์ แต่โจทก์ให้จำเลยออกเช็คค้ำประกันไว้ก่อนจะเจรจาตกลงยอดหนี้ตามความเป็นจริง ภายหลังโดยตกลงว่าจะไม่นำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคารแต่จำเลยก็ยอมรับว่าโจทก์ได้ส่งมอบงานก่อสร้างอาคารเสร็จแล้วและยังรับด้วยว่าจำเลยลงลายมือชื่อรับรองในเอกสารหมาย จ.6 และ จ.7 ที่มีข้อความชัดเจนว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์เป็นหนี้ค่าก่อสร้างกับโจทก์จำนวน 2,693,970 บาท จำเลยยินยอมชำระหนี้ดังกล่าวแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์เป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยตามเช็คฉบับพิพาทเอกสารหมาย

จ.8 เจือสมกับข้อนำสืบของโจทก์ที่มีนายวิทยา กรรมการผู้จัดการของโจทก์ที่เบิกความว่า โจทก์ก่อสร้างอาคารให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์เสร็จเรียบร้อย โดยห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์เป็นหนี้ค่าก่อสร้างจำนวน 2,693,970 บาท โจทก์ทวงถามให้ชำระหนี้ตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ซึ่งมียอดหนี้ตรงกันโดยไม่ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์หรือจำเลยได้โต้แย้งว่าหนี้ค่าก่อสร้างไม่ถูกต้องแต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยอ้างว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ตลอดมาตามสำเนาเช็คเอกสารหมาย ล.5 ถึง ล.15 นั้น ก็ได้ความจากข้อนำสืบของจำเลยเองว่าเป็นการชำระดอกเบี้ยก่อนถึงกำหนดวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาทและตามฟ้องโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท จึงไม่ใช่การคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยและเป็นคนละส่วนกับหนี้ตามเช็คพิพาทที่เป็นหนี้ค่าก่อสร้างที่จำเลยยอมรับตามเอกสารหมาย

จ.6 จึงไม่อาจนำมาหักลบกันได้ดังที่จำเลยฎีกา พยานหลักฐานจำเลยที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ค่าก่อสร้างแก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ผู้ทรงโดยชอบนำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินและธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ในอัตราที่สูงเกินควรถึง 40,000 บาท นั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้ใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีของคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคหนึ่ง และเป็นการกำหนดตาราง 6 อัตราค่าทนายความท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ทาวุฒิ · จรัส พวงมณี · นินนาท สาครรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2567

ในการเสนอคำฟ้องนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่า "มูลค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2565

คำว่า มูลคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องแก่โจทก์ โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกันภัยต่อโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561

แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตาม ป.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2559

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์โดยการนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยมิได้มีคำขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559

แม้ตามคำฟ้องโจทก์จะระบุภูมิลำเนาของจำเลยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอหาดใหญ่ และโจทก์ได้แนบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งระบุว่ามีการทำสัญญาที่โรงแร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้