คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกและยื่นคำร้องขออายัติทรัพย์มฤดกที่อยู่ในมือจำเลยทั้งหมดมาไว้ในความรักษาของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีไต่ส่วนแล้ว อนุญาตให้อายัติตามขอ
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์,
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ปรากฎว่า อายัติค่าเช่า และการอายัติค่าเช่าไม่เคยมีการไต่สวนแต่ศาลออกหมายอายัติถึงผู้เช่า จึงให้เพิกถอนหมายนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา, ศาลโจทก์ฟังว่า ศาลชั้นต้นสั่งว่าให้อายัติทรัพย์มฤดกตามโจทก์ฟ้องตามบัญชีท้ายฟ้องและตกอยู่ในมือจำเลยทั้งหมดไว้ในความรักษาของเจ้าพนักงานบังคับคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงส่งบัญชีรายชื่อผู้เช่าห้องแถวมฤดกที่ถูกยึด ศาลได้ออกหมายอายัติไปยังผู้เช่า
ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นลักษณะของการยึด คือเอาทรัพย์มาไว้ในความดูแลรักษาของเจ้าพนักงานส่วนการอายัติเป็นเรื่องสั่งบุคคลภายนอกมิให้ทำการโอนหรือชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ในคดีการยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษา ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๒๕๔ ก็ให้ทำได้ทั้งยึดและอายัติ การยึดย่อมครอบครองถึงอุปกรณ์และดอกผลนิตินัยของอสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย ไม่จำต้องไต่สวนเรื่องค่าเช่าอีก แม้ศาลชั้นต้นจะใช้คำว่า ยึดทรัพย์หรืออายัติคลาดเคลื่อนไปบ้างก็ไม่สำคัญ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น