Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1871/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทวงหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นการบังคับตามสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจทำได้โดยไม่ต้องฟ้องคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจทำได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีต่อศาล ดังนั้นการทวงหนี้จึงเป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดีอันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 มิใช่ต้องรอให้มีการออกหนังสือแจ้งยืนยันหนี้ตามมาตรา 119 วรรคสอง เสียก่อน จึงจะถือว่าเป็นการอื่นใดนับว่ามีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดี เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งความเป็นหนังสือไปยังผู้ร้องให้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินเท่ากับเป็นการบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาทจึงไม่ขาดอายุความ อายุความเป็นระยะเวลาอย่างหนึ่ง ดังนั้น การนับอายุความเป็นปีจึงต้องมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมคำนวณเข้าด้วย ระยะเวลาที่นับนั้นจึงต้องสิ้นสุดลงในวันก่อนหน้าจะถึงวันแห่งปีสุดท้ายอันเป็นวันตรงกับวันเริ่มระยะเวลา ตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาทมีกำหนด3 ปี นับแต่ทวงถาม เมื่อทวงถามวันที่ 2 กันยายน 2526 อายุความจึงเริ่มนับวันที่ 3 กันยายน 2526 เป็นวันแรก และสิ้นสุดลงในวันที่ 2กันยายน 2529 อันเป็นวันสุดท้าย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2528 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งผู้ร้องได้ออกให้แก่ลูกหนี้จำนวน 8,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ผู้ร้องได้ปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักทรัพย์สอบสวนแล้วมีหนังสือยืนยันหนี้ให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวผู้ร้องไม่เคยกู้ยืมหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวแก่ลูกหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1001 ประกอบมาตรา 169 ลูกหนี้เคยมีหนังสือทวงถามให้ผู้ร้องชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่2 กันยายน 2526 ดังนั้นเมื่อนับจากวันทวงถามครั้งแรกถึงวันที่17 กันยายน 2529 ซึ่งเป็นวันที่ส่งหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคท้ายก็เกิน 3 ปีแล้ว

ตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวจึงขาดอายุความเช่นกัน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่อาจมีหนังสือยืนยันหนี้ให้ผู้ร้องชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งขาดอายุความแล้วได้ ขอให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ของบริษัทลูกหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งให้ชำระหนี้ไปยังผู้ร้องนั้นเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่ผู้ร้องออกให้แก่บริษัทลูกหนี้ถึงกำหนดใช้เงินเมื่อทวงถามอายุความจึงต้องเริ่มนับแต่วันทวงถามให้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ไม่ใช่เริ่มนับอายุความตั้งแต่วันออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ออกหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ไปยังผู้ร้องให้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวยังไม่เกิน 3 ปี จึงยังไม่ขาดอายุความขอให้ยกคำร้องและมีคำบังคับให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวน 8,000,000บาท

พร้อมดอกเบี้ย แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์ แล้ว ข้อเท็จจริงที่นำสืบรับกันและข้อที่ไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า ผู้ร้องได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินลงวันที่ 2 สิงหาคม 2526 จำนวนเงิน 8,000,000บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17 ต่อปี นับแต่วันออกตั๋วสัญญาใช้เงินโดยกำหนดชำระเงินเมื่อทวงถามให้ไว้แก่ลูกหนี้ลูกหนี้ได้มีหนังสือทวงถามให้ผู้ร้องชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2526 โดยขอให้ชำระให้เสร็จภายในวันที่ 9 กันยายน 2526 แต่ผู้ร้องมิได้ชำระหนี้ดังกล่าวแก่ลูกหนี้ตามที่ทวงถาม

ต่อมาศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2528 ผู้คัดค้าน ในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบหลักฐานที่ได้รับมาแล้ว ได้ทำหนังสือทวงถามแจ้งไปยังผู้ร้องเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2529 ขอให้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว ผู้ร้องได้มีหนังสือปฏิเสธหนี้มายังผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีหนังสือแจ้งยืนยันหนี้ไปยังผู้ร้องโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2530 ซึ่งผู้ร้องได้รับเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2530 ปัญหาที่จะวินิจฉัยคือข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่าตั๋วสัญญาใช้เงินที่กล่าวข้างต้นขาดอายุความแล้ว เนื่องจากลูกหนี้ได้ทวงถามให้ผู้ร้องชำระหนี้เมื่อวันที่ 2กันยายน 2526 อายุความย่อมเริ่มนับตั้งแต่นั้น

ต่อมาผู้คัดค้านมีหนังสือทวงถามให้ผู้ร้องชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว และผู้ร้องได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2529 แต่ผู้ร้องได้ปฏิเสธหนี้และผู้คัดค้านได้มีหนังสือยืนยันหนี้แจ้งไปยังผู้ร้องโดยส่งถึงผู้ร้องเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2530 (ที่ถูกเป็นวันที่ 8กันยายน 2530) เมื่อนับระยะเวลาจากวันที่ 2 กันยายน 2526 ที่ผู้ร้องได้รับหนังสือทวงถามครั้งแรกจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2530(ที่ถูกเป็นวันที่ 8 กันยายน 2530) ที่ผู้ร้องได้รับหนังสือยืนยันหนี้ เป็นเวลาเกิน 3 ปีแล้ว โดยผู้ร้องเห็นว่าการที่ผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงถามให้ชำระหนี้ครั้งแรกอันเป็นการทวงหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 119วรรคแรกนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดี ต้องได้มีหนังสือแจ้งยืนยันหนี้ตามมาตรา 119 วรรคสอง จึงจะถือว่าเป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 173 อีกประการหนึ่งผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องได้รับหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2526 อายุความต้องเริ่มนับทันทีในวันนั้น มิใช่เริ่มนับในวันที่ 3 กันยายน 2526 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ด้วยเหตุนี้อายุความ 3 ปี จึงครบกำหนดในวันที่ 1 กันยายน 2529 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 159วรรคสอง ฉะนั้นแม้จะถือว่าการที่ผู้คัดค้านส่งหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ไปถึงผู้ร้องในวันที่ 2 กันยายน 2529 เป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดีก็ตาม ก็เป็นการกระทำภายหลังที่สิทธิเรียกร้องนั้นขาดอายุความแล้ว ตามข้อฎีกาดังกล่าวของผู้ร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องการทวงหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 119 ที่มีผลถึงอายุความก็ดี การเริ่มนับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ร้องยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ที่ถูกแล้วการที่ผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งความเป็นหนังสือไปยังผู้ร้องให้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 วรรคแรกนั้นเป็นการบังคับตามสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ซึ่งผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจทำได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีต่อศาลจึงต้องถือว่าเป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดีอันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 แล้ว

มิใช่ว่าต้องรอให้มีการออก หนังสือแจ้งยืนยันหนี้ตามมาตรา 119 วรรคสอง เสียก่อนจึงจะถือว่าเป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดีดังความเห็นของผู้ร้อง เมื่ออายุความตั๋วสัญญาใช้เงินในคดีนี้มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันทวงถาม คือวันที่ 2 กันยายน 2526 วันสุดท้ายของอายุความจึงได้แก่วันที่ 2 กันยายน 2529 ในเมื่อต่อมาศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เดิมและผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือแจ้งทวงหนี้ไปยังผู้ร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 วรรคแรก เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2529 เช่นนี้ ย่อมเห็นได้ว่าผู้คัดค้านได้บังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว

ตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับดังกล่าวจึงยังไม่ขาดอายุความ ส่วนข้อฎีกาที่ว่าอายุความในกรณีต้องเริ่มนับแต่วันที่ 2 กันยายน 2526 เป็นวันแรกและต้องครบกำหนด 3 ปี ในวันที่1 กันยายน 2525 นั้น เห็นว่า อายุความเป็นระยะเวลาอย่างหนึ่งการนับอายุความจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 158 ประกอบด้วยมาตรา 159 วรรคสอง กล่าวคือ กรณีที่นับเป็นปี ดังเช่นที่ปัญหาในคดีนี้ มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมคำนวณเข้าด้วย และในเมื่อระยะเวลามิได้เริ่มนับจากวันแรกของปีระยะเวลาที่นับนั้นจึงต้องสิ้นสุดลงในวันก่อนหน้าจะถึงวันแห่งปีสุดท้ายอันเป็นวันตรงกับวันเริ่มระยะเวลา อายุความ 3 ปีในกรณีนี้จึงเริ่มนับวันที่ 3 กันยายน 2526 เป็นวันแรกและวันที่ 1 กันยายน2529 เป็นวันสุดท้ายดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · จรัส อุดมวรชาติ · ยงยุทธ ธารีสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2539

การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านแจ้งความไปยังผู้ร้องให้ชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 119 วรรคแรก เป็นการบังคับตามสิทธิเรียกร้องของจำเลยถือได้ว่าเป็นการทำการอื่นใดอันนับว่ามีผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7137/2538

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่1ชำระเงินครั้งสุดท้ายให้โจทก์เมื่อวันที่11กรกฎาคม2526ถือว่าจำเลยที่1รับสภาพหนี้ต่อโจทก์เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงแล้ววินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความโจทก์ไม่ได้อุทธร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6370/2534

คำว่า การได้รู้หรือควรได้รู้ตามมาตรา 1754 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หมายความว่า ต้องเป็นการรู้โดยแน่นอนมีหลักฐานยืนยัน ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบจากรายงานการเดินหมายของเจ้าหน้าที่ซ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59678)

ความว่า คดีนี้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาและส่งไปให้ศาลชั้นต้นนัดคู่ความฟังแล้ว แต่เนื่องจากจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์ ทั้งที่หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ฟ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2530

กรมที่ดินมีคำสั่งให้เพิกถอนโฉนด ที่ดินของโจทก์ เพราะที่ดินอยู่ในเขตที่ดินสงวนหวงห้าม ย่อมมีผลให้โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนด ที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้