Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1878/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินทุนของรัฐบาลมาเลเซียซึ่งจำเลยที่1ได้รับโอนตรงจากประเทศมาเลเซียเป็นเงินทุนของการให้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลและถูกควบคุมดำเนินการโดยทางราชการตามระเบียบมิใช่เป็นเรื่องจำเลยที่1ได้รับทุนเป็นส่วนตัวและทุนดังกล่าวเป็นทุนที่รัฐบาลต่างประเทศมอบให้รัฐบาลไทยเพื่อส่งข้าราชการไปศึกษาฝึกอบรมทั้งนี้ไม่ว่าทุนนั้นจะจ่ายผ่านกระทรวงหรือจ่ายให้ผู้รับทุนโดยตรง กรณีที่จำเลยที่1ผิดสัญญาเกี่ยวกับการใช้ทุนความเสียหายดังกล่าวเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่1ปฏิบัติราชการอยู่และอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่3จะต้องรับผิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของโจทก์ ได้รับอนุมัติจากทางราชการให้ไปศึกษาต่อชั้นปริญญาโท ณ ประเทศมาเลเซียโดยสัญญาว่าเมื่อจำเลยที่ 1 เสร็จการศึกษาจะกลับมาทำงานต่อให้โจทก์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของเวลาที่ได้รับทุนหรือที่ได้รับเงินเดือนรวมทั้งเงินเพิ่ม ทั้งนี้สุดแต่เวลาใดจะมากกว่ากันหากผิดสัญญาจะต้องชดใช้ทุนคืนโจทก์และจ่ายเบี้ย ปรับ จำเลยที่ 2ทำสัญญาค้ำประกันยินยอมชำระหนี้แก่โจทก์ตามความรับผิดของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 มีความประพฤติดี หากจำเลยที่ 1 ทำความเสียหายแก่โจทก์ ก็ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแทนจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 30,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 57,566.26 บาท

พร้อมดอกเบี้ย โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิด30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิด 30,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การทำนองเดียวกันว่า ทุนที่จำเลยที่ 1ได้รับเป็นทุนของประเทศมาเลเซียให้แก่จำเลยที่ 1 โดยตรงมิใช่ให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ออกเงินจึงไม่ได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า การค้ำประกันของจำเลยที่ 3 เป็นกรณีก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เนื่องจากการทำงาน มิใช่เกิดจากการลาออกก่อนครบกำหนด จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 กันยายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3ร่วมกันชำระแทนเฉพาะจำเลยที่ 3 ให้ชำระดอกเบี้ยแทนในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นให้ยกโจทก์ และ จำเลย ทั้ง สาม อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน41,555.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่ 12 กันยายน2532 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 16,010.39 บาทตามที่โจทก์ขอ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระแทนโดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดเพียง 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ทั้ง สาม ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เงินทุนของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งจำเลยที่ 1ได้รับจากประเทศมาเลเซียเป็นเงินทุนของการให้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล และถูกควบคุมดำเนินการโดยทางราชการตามระเบียบแบบแผนที่วางไว้มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ได้รับทุนเป็นส่วนตัวหรือติดต่อกันเอง โดยมิได้ผ่านทางหน่วยงานราชการและทุนดังกล่าวตามระเบียบคือทุนประเภท 1 (ข)

อันหมายถึงทุนที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเภท องค์การต่างประเทศหรือนิติบุคคลต่างประเทศ มอบให้รัฐบาลไทยเพื่อส่งข้าราชการไปศึกษาฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย ตามที่กรมวิเทศสหการจะได้ประกาศให้ทราบ ทั้งนี้ไม่ว่าทุนนั้นจะจ่ายผ่านกระทรวงหรือกรมหรือจ่ายให้ผู้รับทุนโดยตรง หรือจ่ายโดยวิธีอื่นใด ดังนี้ เงินทุนของรัฐบาลมาเลเซียซึ่งจำเลยที่ 1 ได้รับโดยตรงที่ประเทศมาเลเซียย่อมรวมอยู่ในจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้ตามสัญญากรณีที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเกี่ยวกับการใช้ทุน ความเสียหายดังกล่าวจึงเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 ปฏิบัติราชการอยู่ และอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2539

โจทก์ทำสัญญาซื้อขายเครื่องสูบน้ำสปริงเกอร์พร้อมท่อและอุปกรณ์ประกอบด้วยเครื่องยนต์กำลัง จำนวน 13 ชุด จากจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2เป็นผู้ออกสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้ให้แก่โจทก์ ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2537

แม้สัญญารับทุนจะใช้แบบตามที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับข้าราชการผู้รับทุน โดยที่จำเลยที่ 1 มิได้เป็นข้าราชการหรือได้ลาออกจากการเป็นลูกจ้างชั่วคราวแล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 สมัครใจทำสัญญาที่มีข้อคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7290/2548

จำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมการขายอ้อยและน้ำตาลทรายจำนวน 972,303.26 บาท ซึ่งได้รับคืนจากกรมสรรพากรเพื่อไปชำระให้แก่กองทุนโจทก์ตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับที่ 4 และที่ 5 ว่าด้วยการเรียกเก็บค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 545/2537

จำเลยไม่ปฎิบัติตามสัญญาซื้อขายดินลูกรังข้อ 8 วรรคแรก ที่ว่าเมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของตามสัญญานี้แล้ว ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้องหรือส่งมอบสิ่งขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5470/2537

ตามสัญญาจ้าง โจทก์มีสิทธิ์เรียกค่่าปรับรายวันในกรณีที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบงานล่าช้า โดยโจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญา เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะเคยส่งมอบสิ่งของตามสัญญาจ้างให้โจทก์ แต่ใช้งาน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้