Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย แต่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทั้งพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยผู้คัดค้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2543 และลาออกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 แล้วมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 การที่ผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกันในขณะสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองแต่เพียงพรรคเดียว ผู้คัดค้านจึงไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ มาตรา 107 (4) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาฯ มาตรา 29 (คำสั่งศาลฎีกา)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 29

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย แต่ต่อมาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวโต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ผู้ร้องตรวจสอบแล้วผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยในขณะเดียวกันในวันที่ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งซึ่งถือว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตราดังกล่าว ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า

ผู้คัดค้านเคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก่อนปี 2543 แต่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 หลังจากนั้นมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยจนถึงปัจจุบัน โดยไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกแต่อย่างใด ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชากรไทยโดยชอบ ขอให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย ผู้ร้องได้รับสมัครและประกาศรายชื่อผู้คัดค้านว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งดังกล่าวแล้ว ต่อมามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งโต้แย้งว่า ผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ซึ่งบัญญัติมีใจความว่า บุคคลผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันเนื่องจากในขณะสมัครผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยในขณะเดียวกัน

ผู้ร้องจึงร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า จากหลักฐานระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมืองสมาชิกพรรคการเมืองของสำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติตามเอกสารแนบท้ายคำร้อง ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคการเมืองทั้งพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 และผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ก็มีหนังสือที่ ปชป.4990037/2549 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2549 ถึงผู้ร้องยืนยันว่าผู้คัดค้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2543 และลาออกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 แล้วมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 โดยเป็นสมาชิกพรรคหมายเลข 452500326 ซึ่งสอดคล้องกันกับระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง

สมาชิกพรรคการเมืองของทางราชการดังกล่าว พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงมีน้ำหนักรับฟัง ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ในปี 2545 เพราะปี 2544 ผู้คัดค้านประสบอุบัติเหตุได้รับอันตรายแก่กายสาหัสมีเลือดออกในสมองและปวดกระดูกสันหลังที่ 5 ทั้งถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งฟ้องคดีเรื่องการส่งบัญชีเลือกตั้งในปี 2545 จึงไม่คิดสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดเพิ่มอีกนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างเองลอย ๆ จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังและไม่น่าเชื่อถือ เชื่อว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกันในขณะสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองแต่เพียงพรรคเดียว ผู้คัดค้านจึงไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 29 ตามคำร้องของผู้ร้อง

อนึ่ง ที่ผู้คัดค้านแถลงต่อศาลฎีกาว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยื่นคำโต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งมีเพียง 1 คน ไม่ถึง 10 คน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อรับฟังได้ว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวแล้ว คำแถลงนี้ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป" จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี ของนายกูฏชิน หรือวิทยา รักษาศรี ผู้คัดค้าน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
องอาจ โรจนสุพจน์ · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · สถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1890/2549

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1883/2549

ระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำขึ้นเป็นข้อมูลของทางราชการเพื่อให้พรรคการเมือง สมาชิกพรรคกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/2549

ผู้ร้องแถลงว่าได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2548 หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าอนุมัติให้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหมายเลขสมาชิก 011400 และขึ้นทะเบียนสมาชิกพรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1846/2549

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1844/2549

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ มาตรา 107 (4) ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้