Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสามได้ไปจดทะเบียนรับโอนมรดกที่พิพาทอันเป็นเวลาภายหลังที่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วจำเลยทั้งสามได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการรับมรดกต้องรับไปทั้งสิทธิและตลอดจนความรับผิดต่าง ๆ จำเลยทั้งสามจึงมิใช่บุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง โจทก์ผู้ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยครอบครองปรปักษ์ ซึ่งบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนแล้ว จึงยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยทั้งสาม และขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าว ที่ทำให้ตนเสียเปรียบได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายคำ นางเผือก มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือนายพิม นางหล่อ และนายห้อง โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสวัสดิ์ ซึ่งเป็นบุตรของนายพิม จำเลยทั้งสามเป็นบุตรของนางหล่อ นายคำ นางเผือกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1029 ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เนื้อที่55 ไร่ 60 ตารางวา เมื่อนายคำถึงแก่ความตายที่ดินส่วนของนายคำเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทคือนางเผือก นายพิม นางหล่อ และนายห้องซึ่งได้โอนชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ต่อมานางเผือกถึงแก่ความตายที่ดินส่วนของนางเผือกตกทอดไปยังทายาท คือ นายพิม นางหล่อและนายห้อง แต่มิได้จดทะเบียนโอนมรดก คงแบ่งการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด ต่อมาเมื่อประมาณ 30 ปีมานี้นายพิมถึงแก่ความตายที่ดินส่วนนายพิมตกทอดแก่นายสวัสดิ์

ต่อมาปี พ.ศ. 2513นางหล่อได้ขายที่ดินส่วนของตนให้นายสวัสดิ์ โดยการผ่อนชำระค่าที่ดินและมอบที่ดินให้ครอบครองทำกิน เมื่อผ่อนชำระค่าที่ดินหมดสิ้นแล้วจึงทำสัญญาซื้อขายในปี พ.ศ. 2516 นายสวัสดิ์และโจทก์เข้าครอบครองทำกินโดยสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาโดยตลอดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2527 นายสวัสดิ์ถึงแก่ความตายโจทก์ครอบครองทำกินสืบต่อมา ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านเกิน 10 ปีแล้วจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนของนางหล่อโดยการครอบครองปรปักษ์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2529 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2529 จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันจดทะเบียนโอนมรดกที่ดินส่วนของนางหล่อและนางเผือกใส่ชื่อของตนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1029ส่วนที่มีชื่อนางเผือก และนางหล่อถือกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินของจำเลยทั้งสาม และใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของในโฉนดแทนจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามให้การว่า

นายสวัสดิ์หรือโจทก์ไม่เคยครอบครองที่ดินส่วนของนางหล่อในฐานะเจ้าของ เป็นแต่เพียงครอบครองแทนโดยการเช่าจากนางหล่อ เมื่อนางหล่อถึงแก่ความตายก็เช่าจากจำเลยทั้งสามนางหล่อไม่เคยขายที่ดินเฉพาะส่วนของนางหล่อให้แก่นายสวัสดิ์จำเลยทั้งสามรับมรดกที่ดินส่วนของนางเผือกและนางหล่อตามส่วนที่จำเลยทั้งสามมีส่วนได้ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิขอเพิกถอนการจดทะเบียน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทตามแผนที่เอกสารหมาย จ.9 ภายในเส้นสีดำหมายสีแดงประ เนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 1029 ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ส่วนของนางเผือกและนางหล่อ เอมะวันธนะ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินของจำเลยทั้งสามออกจากโฉนดดังกล่าวจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาประเด็นแรกว่าโจทก์ได้ครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์นอกจากจะมีพยานบุคคลมานำสืบว่า นายสวัสดิ์และโจทก์ได้ซื้อที่พิพาทมาจากนางหล่อและนางหล่อ ได้มอบการครอบครองที่พิพาทให้แล้ว โจทก์ยังมีพยานเอกสารคือสัญญาซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.5 และแบบสำรวจเนื้อที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.7มาแสดงว่า นายสวัสดิ์และโจทก์เป็นผู้ซื้อที่พิพาทและเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่พิพาทตลอดมา ประกอบกับข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านายสวัสดิ์และโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2516จนถึงปัจจุบัน พยานหลักฐานของโจทก์จึงสอดคล้องเชื่อมโยงในเหตุผลส่วนพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสามที่นำสืบว่า

นายสวัสดิ์และโจทก์เช่าที่พิพาททำนาเป็นการครอบครองแทนนางหล่อนั้น ไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานสัญญาเช่ามาแสดงต่อศาลแต่อย่างใด คงมีแต่พยานบุคคลมาเบิกความลอย ๆ เมื่อเทียบพยานหลักฐานของโจทก์กับของจำเลยทั้งสามแล้วพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อมากกว่าของจำเลยข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า นายสวัสดิ์ได้ครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ พ.ศ. 2516และเมื่อนายสวัสดิ์ถึงแก่ความตายโจทก์ได้ครอบครองสืบต่อมาด้วยเจตนาเป็นเจ้าของจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกินสิบปีแล้ว ดังนั้นโจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ปัญหาที่มาสู่ศาลฎีกาประเด็นต่อไปมีว่า

โจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับโอนมรดกที่พิพาทของจำเลยทั้งสามได้หรือไม่เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2529 จำเลยทั้งสามได้ไปจดทะเบียนรับโอนมรดกที่พิพาทอันเป็นเวลาภายหลังที่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วจำเลยทั้งสามได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทมาโดยการรับมรดก ต้องรับไปทั้งสิทธิและตลอดจนความรับผิดต่าง ๆ จำเลยทั้งสามจึงมิใช่บุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง โจทก์ผู้ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ซึ่งเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนแล้ว จึงยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยทั้งสาม และขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าวที่ทำให้ตนเสียเปรียบได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้