คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์นำมาฟ้องโจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่สืบพยานถึงการโอนเช็คของโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคาดการณ์เอาเอง การที่โจทก์ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คว่า "ฮุย ไพโรจน์กิจถาวร" เป็นเพียงเครื่องหมายแสดงให้ทราบว่าเป็นเช็คของโจทก์ไม่ใช่เป็นการสลักหลัง ถ้าโจทก์จะสลักหลังต้องเขียนชื่อเต็มว่า "นายเอี่ยมฮุยไพโรจน์กิจถาวร" ดังปรากฏในใบแต่งทนายความและท้ายฟ้องโจทก์ยังคงเป็นผู้ทรงเช็คและเป็นผู้เสียหายเพราะนายประสิทธิ์เป็นเพียงตัวแทนโจทก์ในการเรียกเก็บเงินตามเช็ค ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ลายมือชื่อของโจทก์ด้านหลังเช็คเอกสารหมาย จ.1 เป็นอย่างเดียวกันกับในใบแต่งทนายความและท้ายฟ้องทั้งมีลักษณะอย่างเดียวกันกับลายมือชื่อตัวอย่างของโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.1ถือเป็นการสลักหลังตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916ประกอบกับมาตรา 989 โจทก์เบิกความว่า
ได้สลักหลังเช็คให้นายประสิทธิ์เอาไปเข้าบัญชีของนายประสิทธิ์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาพลับพลาไชย ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ลงลายมือชื่อสลักหลังโอนเช็คให้นายประสิทธิ์เป็นการฟังจากพยานบหลักฐาน มิใช่คาดการณ์เอาเองดังฎีกาโจทก์ การที่โจทก์สลักหลังเช็คและส่งมอบเช็คให้แก่นายประสิทธิ์ย่อมมีผลเป็นการโอนไปซึ่งบรรดาสิทธิอันเกิดแต่เช็คนั้นแก่นายประสิทธิ์แล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 920 ประกอบด้วยมาตรา 484 นายประสิทธิ์จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยตรงหาใช่เป็นตัวแทนในการเรียกเก็บเงินตามเช็คดังข้อฎีกาของโจทก์ไม่ คำพิพากษาฎีกาที่ 110/2520 ที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ เมื่อนายประสิทธิ์เป็นผู้ทรงเช็คในวันที่ธนาคารจ่ายเงินอันเป็นวันเกิดเหตุตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค นายประสิทธิ์จึงเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาการที่เช็คกลับมาอยู่ที่โจทก์แม้จะเป็นเช็คให้ใช้เงินแก่ผู้ถือก็หามีผลให้โจทก์กลับเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจนำเช็คมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน